ปลูก“อินทผาลัม”3ไร่ที่ทุ่งกุลาฯขายผลสด-แปรรูปทำเงินงาม!

 อินทผาลัม เป็นผลไม้เมืองร้อนที่นิยมปลูกในพื้นที่ที่เป็นทะเลทราย โดยเฉพาะประเทศทางตะวันออกกลาง เพราะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่ร้อน แห้งแล้ง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่หลายประเทศสนใจ โดยเฉพาะผลที่มีคุณค่าทางอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย ลดน้ำตาลในเส้นเลือด แก้วิงเวียนศีรษะ เป็นต้น  หลายคนที่ชื่นชอบจึงมักสั่งซื้อจากต่างประเทศ

           จากประโยชน์ ความน่าสนใจ บวกกับได้ติดตามข่าวเกษตรทำให้ สมภพ ลุนาบุตร เกษตรกรเจ้าของสวนรวมใจบ้านน้อยพัฒนา ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด หันมาสนใจศึกษา เพราะเห็นว่าลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ของทุ่งกุลาร้องไห้ มีความคล้ายคลึงกับตะวันออกกลาง สภาพดินเค็มซึ่งมีปัญหาในการปลูกข้าว แต่เป็นผลดีสำหรับการปลูกอินทผาลัม เพราะความเค็มจะทำให้รสชาติของอินทผาลัมมีความหอม หวาน สดใหม่ จนมีลักษณะเฉพาะถิ่น

  “ดูข่าวการเกษตรเมื่อปี 48 จากนั้นเริ่มสนใจศึกษาค้นข้อมูลการปลูก การดูแลรักษาอินทผาลัม ที่สวนอินทผาลัมบ้านนาดอกไม้ ของนายจเร ชีวธรรม จึงมั่นใจว่า ทุ่งกุลาร้องไห้มีความเหมาะสมที่จะปลูกได้ ซึ่งที่นาที่ปลูกข้าวก็ประสบปัญหาดินเค็ม จนปี 53 ตัดสินใจปรับพื้นที่แล้วซื้อต้นพันธุ์อินทผาลัม สายพันธุ์เคแอล 1 หรือแม่โจ้ 36 โดยซื้อพันธ์มาจากสวนอินทผาลัมที่ จ.สกลนคร  

            เริ่มปลูกในพื้นที่ 2 ไร่ 60 ต้น ราคาต้นพันธุ์ 800 บาท ปลูกไป 2 ปี อินทผาลัมเริ่มให้ผลผลิต จึงขยายพันธุ์ปลูกเพิ่มเป็น 3 ไร่ ระยะห่าง 7 คูณ 8 เมตร ตอนนี้มแล้วกว่า 100 ต้น ปลูกมา 2 ปี ให้ผลผลิตขายได้เป็นปีที่ 3 แล้ว ราคาหน้าสวนกิโลกรัมละ 500 บาท ใน 1 ทลายจะได้ผลผลิต 1-20 กิโลกรัม  อีก 7-8 ปี จะให้ผลผลิตได้เก็บเกี่ยวเต็มที่ ถือว่าได้รับผลตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างมาก”

 

   ปัญหาการปลูกช่วงปีแรก พบแมลงคาม และด้วงมะพร้าวทีเป็นศัตรู เข้ามาฝังตัวแล้วกัดกินทำลายยอด ระยะแรกจึงต้องหมั่นดูแลรักษา เดินสำรวจแปลงทั้งเช้าเย็น เมื่อพบเห็นจึงทำลาย และใช้สารเคมีเฉพาะจุดที่พบเห็น จะไม่ฉีดยาฆ่าแมลงทั้งแปลง เพื่อป้องกันแมลงรบกวน การใส่ปุ๋ย ให้น้ำไม่ต่างจากการปลูกพืชทั่วไป นอกจากเรื่องการปลูก การดูแลรักษาแล้ว ในช่วงแรกพืชอย่างอินทผาลัม ถือเป็นพืชชนิดใหม่ ที่เกษตรกรไม่รู้จัก การทำความเข้าใจด้านการลงทุนกับสมาชิกในครอบครัวจึงเป็นปัญหาหลัก  เพราะกังวลว่าเมื่อปลูกแล้วจะไม่ได้รับผลผลิตตามที่ตั้งใจไว้ และจะทำให้เกิดความท้อแท้กับการทำเกษตร

            การให้น้ำเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการปลูก จากเดิมใช้วิธีการรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง แต่จากสภาพภูมิอาการที่แห้งแล้ง มีความเปลี่ยนแปลงผันผวน จึงส่งผลต่อการออกดอก สมภพจึงวางระบบน้ำใหม่ โดยหันมาใช้ระบบน้ำหยด เพื่อให้อินทผาลัมได้น้ำสม่ำเสมอ ศัตรูสำคัญของอินทผลัม คือ ด้วงเจาะยอด ต้องใช้การสังเกต เฝ้าดูอาการ หากพบร่องรอยการเข้ากัดยอดจะต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นและอุดรูของด้วงด้วยดินน้ำมัน

 

      “เมื่ออินทผาลัมให้ผลผลิตก็ยังพบปัญหาว่า มีทั้งนกเอี้ยง ตัวต่อและแมลงวันทองมาเจาะกินผล เกษตรกรต้องอดทน หากต้องการสร้างความแตกต่าง อยากทดลองปลูกพืชชนิดอื่นๆ นอกจากความสนใจ ศึกษาเรียนรู้แล้ว ยังต้องมีใจรักด้วย กว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตต้องลองผิด ลองถูกในพื้นที่ถือว่าที่สวนรวมใจเป็นรายแรกในทุ่งกุลาร้องไห้ที่ปลูกแล้วได้เก็บผลผลิตขาย เราจึงมีมีแปลงตัวอย่างให้ไปศึกษาเรียนรู้ ทุกอย่างต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอง”

            เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 อินทผาลัมที่สวนรวมใจเริ่มออกดอ แต่ในปีแรกพบว่าอินทผาลัมออกดอกตัวผู้ ในปีที่ 3 จึงเริ่มออกดอกตัวเมียให้ผลผลิต จากการศึกษาประโยชน์ พบว่า ทุกส่วนของอินทผาลัมมีสรรพคุณทางยา แม้จะออกดอกตัวผู้ สมภพก็นำมาแปรรูปเป็นชาดอกอินทผาลัม สร้างรายได้ให้อีกทาง

    “ดอกตัวผู้ไม่ทิ้งให้ร่วง เก็บไว้แปรรูปเป็นชาดอกอินทผาลัม ตอนนี้มีลูกค้าสนใจติดต่อขอซื้อในราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท ส่วนผลสดที่ไม่ได้ขนาดนำมาปั่น แปรรูปเป็นน้ำอินทผาลัมสด ขายราคาขวดละ 35 บาท 3 ขวด 100 บาท ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภค เพราะมีรสชาติ กลิ่น และความหวานที่เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังเพาะพันธุ์จากเมล็ดขายในราคาต้นละ 800 บาทด้วย”

      ปัจจุบันสวนรวมใจเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกอินทผาลัมที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการใกล้เกษียณ ที่เข้ามาศึกษาขั้นตอนการเพาะปลูกเพื่อมีอาชีพทำหลังเกษียณอายุ อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรสนใจปลูกเป็นพืชทางเลือกในพื้นที่ดินเค็ม สอบถามหรือศึกษาดูงานได้ที่สวนรวมใจบ้านน้อยพัฒนา ต.ดงครั่งใหญ่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 08-7248-2928 และ 08-5753-7050 

ที่มา http://www.komchadluek.net

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 2017-05-08 22:54:59