กุยช่าย Chinese Chive

ชื่อพื้นเมือง : กุยช่าย (กรุงเทพฯ)

ชื่อสามัญ/ชื่ออังกฤษ : Chinese Chive

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Allium tuberosum Rottler

วงศ์ : Alliaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นพืชล้มลุกลำต้นเป็นรูปทรงกระบอก มีส่วนที่ติดกับรากและค่อนข้างพอง เรียกว่า เหง้า ซึ่งมีลักษณะกลมรี สีขาว ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้มออกจากโคนต้นเป็นเส้นยาว แบน และเป็นมัน ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อตามซอกในบริเวณโคนต้น ก้านช่อดอกยาวมีลักษณธคล้ายซี่ร่ม ประกอบด้วยดอกบย่อยสีขาว มีกลีบดอก 6 กลีบ ปลายกลีบแหลมมีใบประดับเป็นเยื่อบาง ๆ ผลมีลักษณะกลมรีมี 3 พู เมื่อแห้งภายในผลมีเมล็ดรูปร่างกลมรี แบน สีดำ

วิธีปลูก
สามารถปลูกได้โดยแยกลำต้นบางส่วน ออกจากกอเดิมมาปลูกใหม่ ซึ่งหากได้รับน้ำอย่างชุ่มฉ่ำสม่ำเสมอจะแตกกองามสะพรั่ง หรืออาจจะใช้วิธีเพาะเมล็ด ซึ่งใช้เวลในการเป้นต้นกล้าประมาณ 60 วัน

ขั้นตอนการปลูกกุยช่าย

1. เริ่มต้นด้วยการเตรียมดิน โดยทำการยกแปลงให้สูงขึ้นขนาด 1.20 เมตร ส่วนความยาว กำหนดตามต้องการ

2. ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ขี้อ้อย 1 กระสอบปุ๋ย กับปุ๋ยขี้ไก่ 1 กระสอบปุ๋ย ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปใส่ในแปลงพื้นที่ขนาด 5 ตารางเมตร

3. จัดหาพันธุ์กุยช่ายมาปลูก ระยะปลูกห่างกันประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร (แปลงกว้าง 1.20 เมตร สามารถปลูกได้ 4 แถว)

4. รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น และรดด้วยน้ำหมักชีวภาพทุก 7 วัน

การดูแลรักษา
การดูแลรักษาต้นกุยช่ายให้แข็งแรงนั้น เกษตรกรควรหมั่นรดน้ำทุก ๆ วัน เช้า - เย็น ใช้บัวรดน้ำที่มีรูขนาดเล็ก ไม่ควรรดน้ำด้วยสายยาง และควรปรับปรุงบำรุงดิน โดยนำขี้อ้อยและปุ๋ยขี้ไก่มาผสมใส่ลงในแปลงเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้กุยช่ายเติบโตเร็ว สมบูรณ์ และหลังจากเก็บกุยช่ายแล้ว ควรนำมาล้างน้ำให้สะอาด และบรรจุใส่ถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป

การประกอบอาหาร
ดอกใช้ผัดกับกุ้ง หมู หรือตับหมู ส่วนใบใช้ผัดกับก๋วยเตี๋ยวผัดไท ไส้ขนมกุยช่าย ขนมผักกาด และเป็นผักเครื่องเคียงกับหมี่กะทิ

สรรพคุณ
1. แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม บิด ปวดแน่นหน้าอก ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด ริดสีดวงทวาร โดยใช้ใบสดตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำรับประทาน หรือนำไปผัดรับประทานเป็นผัก
2. แก้อาการฟกช้ำดำเขียว กล้ามเนื้อบวมเจ็บปวด โรคกลาก แผลจากการหกล้ม หรือมีหนองเรื้อรัง โดยใช้ใบสดหรือเหง้าสดตำละเอียดพอกบริเวณที่เป็น
3. ช่วยบำรุงตับไต แก้อาการปวดเอว ตกขาว ตกเลือด ปัสสาวะกระปริบกระปรอย ปัสสาวะรดที่นอน โดยใช้เมล็ดแห้งต้มรับประทาน หรืออาจจะทำเป็นยาเม็ดหรือยาผงรับประทาน
4. รักษาโรคหูน้ำหนวก โดยใช้น้ำที่คั้นได้จากใบสดทาในรูหู
5. แก้อาการมดลูกหย่อน โดยใช้ใบสดต้มเอาแต่น้ำล้างประคบที่หัวหน่าว
6. เมล็ดใช้ขับพยาธิเส้นด้าย และเป้นยาขับประจำเดือน โดยรับประทานเม็ดผสมกับเหล้าขาว
7. แก้นิ่วและหนองใน โดยใช้ต้นและใบสดตำให้ละเอียด ดื่มแต่น้ำ

จัดทำโดย : ดาราวรรณ ทวีศักดิ์บวรกุล