การปลูกผักในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เมื่อน้ำลดแล้วต้องพิจารณา ดังนี้


          เลือกปลูกผักที่มีอายุสั้น เก็บผลผลิตได้เร็ว เป็นผักที่นิยมบริโภค ถ้าปลูกขาย ให้คำนึงถึงความต้องการของตลาดด้วย


          เลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ และสภาพพื้นที่ ควรเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี



         3.1 หลังน้ำลดในระยะแรกที่ดินยังเปียกอยู่ ห้ามคนและสัตว์เลี้ยงเข้าไปเหยียบย่ำในแปลงปลูก รวมถึงห้ามนำเครื่องจักรเข้าไปในพื้นที่เพราะจะทำให้โครงสร้างของดินที่เปียกชุ่มน้ำอยู่มากมีการอัดแน่น ทำให้เกิดผลเสียต่อการไหลซึมของน้ำ และเมื่อดินเริ่มแห้ง โครงสร้างของดินจะจับกันแน่นและแข็งตัวมากทำให้ยากต่อการปรับปรุงดินเพื่อให้ปลูกผักให้ได้ผลดี
         3.2 ในพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่บ้าง ควรหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เช่น การขุดร่องระบายน้ำเพื่อให้เกิดทางน้ำไหลออกจากแปลงโดยเร็ว
         3.3 การเตรียมดินก่อนปลูกผัก หากดินแห้ง พอจะขุดได้ ให้ทำการขุดและตากดินไว้ 2-3 วันเพื่อให้ดินแห้งมากขึ้น และควรหาปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าคลุกเคล้าดินเพื่อให้ดินมีคุณสมบัติทางกายภาพในการปลูกพืชที่ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน รวมทั้งอาจมีการใช้ปูนขาวหรือ โดโลไมท์ในการปรับปรุงดินด้วย เพื่อป้องกันปัญหาโรครากเน่า



         4.1 หากสภาพพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่หรือสภาพดินยังแฉะมากควรใช้วิธีการเพาะกล้าแล้วย้ายปลูก จะทำให้ผักเจริญเติบโตได้ดีกว่า และลดความเสี่ยงต่อโรครากเน่า และโคนเน่าในระยะการงอกและระยะกล้า
         4.2 หากพื้นที่เริ่มมีสภาพที่แห้ง และสามารถขุดดินได้ ควรเตรียมดินปลูกไว้ อาจใช้วิธีการหว่านเมล็ด หรือหยอดเมล็ดลงแปลงปลูกโดยให้ระยะห่างระหว่างต้นพอสมควร รวมถึงการใช้น้ำปูนใสรดต้นกล้าและต้นผักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อราได้


         มีการใส่ปุ๋ย และดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ



         6.1 การปลูกผักหลังน้ำลด หากดินมีสภาพพื้นที่แฉะมากเกินไป อาจมีปัญหา เมื่อหว่านเมล็ดไปแล้วต้นกล้าอาจเกิดปัญหาโรคเน่า จึงต้องมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาว เพื่อปรับปรุงดินให้สภาพเป็นด่างเล็กน้อยจะทำให้ลดการระบาดของโรคได้ อัตราปูนขาวที่ใช้ 200-300 กิโลกรัมต่อไร่
         6.2 การปลูกผักหลังน้ำลด ให้ระมัดระวังดูแลเรื่องการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเมล็ดงอกและเจริญเติบโตเป็นต้นกล้า และหากดินเริ่มแห้งมากขึ้นต้องมีการให้น้ำพอประมาณ เพื่อไม่ให้ดินรัดต้นกล้าหรือต้นพืชตายในที่สุด ซึ่งไม่ใช่ปัญหาด้านโรคพืช
         6.3 หากสภาพแวดล้อมมีความชื้นในอากาศสูงมาก อาจประสบปัญหาเชื้อราได้ ควรระมัดระวังอย่าปลูกผักให้แน่นเกินไป หากหว่านเมล็ดและต้นกล้าแน่นมาก ให้ถอนต้นกล้าและเว้นระยะห่างระหว่างต้นพอสมควร รวมถึงการใช้น้ำปูนใสรดต้นกล้า และต้นผักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อราได้


         โดยใช้ปูนขาว 5 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร กวนให้เข้ากันทิ้งไว้ 1 คืนให้ตกตะกอน หลังจากนั้นให้นำน้ำปูนใสที่ตกตะกอนและผสมกับน้ำ อัตราประมาณ 1:5 รดแปลงผักอย่างสม่ำเสมอ

ชนิดผัก

วิธีการปลูก

การใส่ปุ๋ย

ครั้งที่ 1

ครั้งที่ 2

ครั้งที่ 3

ครั้งที่ 4

อายุการเก็บเกี่ยว

ผักบุ้งจีน

หว่าน

อายุ 7-10 วัน ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 14-20 วัน ใส่ปุ๋ย 46-0-0 ผสม 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

-

อายุ 21-25 วัน

คะน้า

หว่าน ถอนแยก

อายุ 14 วันหลังงอก ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 28 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 38-40 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

อายุ 40-45 วัน

ผักสลัด

เพาะกล้า ย้ายปลูก เมื่ออายุ 14 วัน

อายุ 7 วันหลังย้ายกล้า ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 14  วันหลังย้ายกล้า ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 21 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

อายุ 40-45 วัน

ผักกวางตุ้ง

หว่าน ถอนแยก

อายุ 14 วันหลังงอก ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 20-25 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

-

อายุ 30-35 วัน

ผักกาดขาว

หว่าน ถอนแยก

อายุ 14 วันหลังงอก ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 28 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 38 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

อายุ 40-45 วัน

ผักทาห์ไฉ่

หว่านและถอนแยก ระยะ 30x30 ซม.

อายุ 14 วันหลังงอก ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 21 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

-

อายุ 30-35 วัน

ผักไดโตเกียว

เพาะกล้า ย้ายปลูกเมื่ออายุ 14 วัน

อายุ 5 วันหลังย้ายกล้า ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 12 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 18  วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

อายุ 35-40 วัน

ผักโขมจีน

เพาะกล้า ย้ายปลูกเมื่ออายุ 14 วัน

อายุ 7 วันหลังย้ายกล้า ใส่ปุ๋ย 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร่

อายุ 14 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร่

-

-

อายุ 30-35 วัน

 

เรียบเรียงโดย อรสา ดิสถาพร ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการผลิตผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชสมุนไพร
สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร