การสำรองอาหารสัตว์สำหรับช่วงฤดูแล้ง
ในช่วงฤดูฝนหญ้าที่เกษตรกรปลูกไว้ให้สัตว์กิน จะมีปริมาณมากเกินพอ หญ้าที่เหลือในแปลงส่วนที่ยังไม่ได้ถูกตัดไปเลี้ยงสัตว์ จะแก่เกินไป ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้คุณค่าทางอาหารน้อยลง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จึงควรนำมาเก็บสำรองไว้ในรูปของ "หญ้าแห้ง" หรือ "หญ้าหมัก" เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ขาดแคลนหญ้าสด
การทำหญ้าแห้ง
หญ้าแห้งเป็นพืชอาหารสัตว์ที่นำมาทำให้มีความชื้นประมาณ 15% โดยรักษาคุณค่าทางอาหารไว้ให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับพืชอาหารที่ยังสดจะได้เก็บสำรองไว้เลี้ยงสัตว์เมื่อเกิดการขากแคลนพืชอาหารสัตว์
วิธีการทำ
1. การตัดหญ้าและถั่ว
หญ้าและถั่วโดยทั่วไปควรตัดให้เหลือลำต้นสูลจากพื้นดินประมาณ 1 คืบ ( 6- 7 นิ้ว) โดยเลือกตัดในระยะที่พืชมีความเจริญเติบโต ส่วนของใบและลำต้นเต็มที่ สังเกตุได้ว่าพืชจะเริ่มมีดอกจะได้ผลผลิตมากที่สุด และส่วนของลำต้นจะไม่แข็งเกินไป และควรเลือกทำในช่วงเวลาที่ไม่มีฝน และพื้นดินแห้งพอซึ่งจะเป็นระยะที่เหมาะสมกับการทำหญ้าแห้ง
2. การทำแห้ง สามารถทำได้ 2 วิธี คือ
- ตากหรือผึ่งแดดให้แห้ง
- ใช้เครื่องมือช่วยให้แห้ง
2.1 ตากแดดหรือผึ่งแดดให้แห้ง การตัดผึ่งแดดให้แห้งในแปลงปลูกจะต้องพยายามเกลี่ยให้ส่วนของพืชกระจายอย่างสม่ำเสมอ และเป็นระเบียบไม่หนาเกินไปจะทำให้หญ้าหรือถั่วแห้งได้เร็วและพร้อมกัน การกลับหญ้าและรวบรวมหญ้าจะทำได้ง่าย การกลับข้างล่างขึ้นมาผึ่งแดดจะช่วยให้พืชแห้งเร็วขึ้น การทำให้แห้งเร็วที่สุดจะทำให้ได้หญ้าแห้งคุณภาพดี การใช้เรื่องมืช่วยอบพืชให้แห้ง สามารถช่วยพืชแห้งได้เร็วแต่ต้นทุนสูงมาก
2.2 หญ้าแห้งที่ดีควรมีความชื้นประมาณ 15% เมื่อเก็บไว้จะไม่เป็นราหรือเกิดความร้อนจากการหมักซึ่งอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ จึงควรตากพืชไว้ 2 - 3 แดด จะได้หญ้าแห้งที่มีความชื้นพอดี ไม่ควรตากนานมากกว่านี้
2.3 ตรวจสอบความชื้นว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยการใช้เล็บขูดผิวต้นหรือเถา ถ้าขูดเยื่อผิวต้นออกแสดงว่ายังมีความชื้นมากเกินไป ถ้าขูดไม่ออกแสดงว่าใช้ได้ หรือนำพืชที่ตากมาสักกำมือบิดดู ถ้าไม่มีร่องรอยความชื้นตามส่วนที่บิดหรือลำต้นที่แตก แสดงว่าแห้งพอแล้ว
3. การอัดฟ่อน
ควรทำการอัดฟ่อนในตอนเช้า ขณะที่หญ้าแห้งชื้นจากน้ำค้าง จะช่วยให้ส่วนของใบพืชไม่แห้งกรอบและหลุดร่วงจากต้นเมื่ออัดฟ่อน แล้วควรทิ้งฟ่อนหญ้าผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน เพื่อให้น้ำค้างแห้งก่อนการนำเข้าเก็บ การอัดฟ่อนหญ้าด้วยเครื่องจะสะดวกและรวดเร็วมากแต่เครื่องอัดมีราคาแพง ควรอัดโดยใช้แรงงานคน โดยนำหญ้าที่ตากแห้งมาใส่ในลังไม้ที่มีขนาดกว้าง 45 ซม. ยาว 70 ซม. สูง 45 ซม. เหยียบให้แน่น อัดจนเต็มลังไม้และมัดด้วยเชือกปอ ก็จะไฟ่อนหญ้าหนักฟ่อนละประมาณ 10 กิโลกรัม
4. การเก็บรักษาหญ้าแห้ง
ควรเก็บรักษาหญ้าแห้งไว้ในที่โปร่งระบายอากาศได้ดี สามารถป้องกันฝนและละอองฝน จะทำให้เก็บรักษาหญ้าแห้งไว้นานโดยไม่เสื่อมคุณภาพ
ลักษณะของหญ้าแห้งที่มีคุณภาพดี
1. เป็นหญ้าแห้งที่ตัดทำจากพืชที่มีอายุพอเหมาะจะทำให้มีปริมาณธาตุอาหารสูง
2. มีใบมาก ส่วนของลำต้นอ่อนนิ่ม ส่วนของใบพืชจะมีธาตุอาหารสูงและมีลักษณะนิ่มน่ากิน
3. มีสีเขียวอ่อนและกลิ่นหอม เป็นหญ้าแห้งที่มีคุณภาพดีสีเขียวในเหลืองมีคุณภาพปานกลาง สีเหลืองคุณภาพต่ำ สีเหลืองขาว เสื่อมคุณภาพไม่เหมาะนำมาใช้เลี้ยงสัตว์
4. ปราศจากวัชพืชอื่น ๆ เพราะจะทำให้สัตว์กินหญ้าแห้งน้อยลง โดยเฉพาะจะต้องไม่มีวัชพืชที่ระบาดร้ายแรงและวัชพืชที่เป็นพิษกับสัตว์ เช่น หญ้าขจรจบ ต้นสาบเสือ ต้นกระเพราะป่า ต้นไมยราบ เป็นต้น
5. ไม่เป็นรา และมีความชื้นมากเกินไป จนเกิดลักษณะการหมักเน่า จะเป็นอันตรายต่อสัตว์ หรือสัตว์ไม่กิน
6. ไม่มีวัตถุต่าง ๆ ปลอมปน เช่น เศษไม้ ถ่าน ฝุ่น เป็นต้น