การปรับสภาพพื้นที่นาเพื่อปลูกพืชชนิดอื่นโดยเฉพาะการปลูกพืชที่มีลักษณะแตกต่างกันเป็นอย่างมาก เช่น ทำนาแล้วมาปลูก พืชไร่ พืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ เกษตรกรควรตรวจวิเคราะห์ดินก่อนปลูกพืชเป็นอันอับแรก เพื่อจะได้รู้ถึงคุณสมบัติทางเคมีและ กายภาพของดิน ตลอดจนสภาวะธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและรวมไปถึงการประเมินระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และการ ให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยและคำแนะนำอื่นๆ ที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อตัวเกษตรกรเอง
              เมื่อเกษตรกรต้องการตรวจวิเคราะห์ดิน ควรเก็บตัวอย่างดินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการแล้วส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ที่  หน่วยงานที่ให้บริการวิเคราะห์ตัวอย่างดิน เช่น สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตต่างๆ ของกรมวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน เขตทุกแห่ง กองเกษตรเคมี กรมวิชาการเกษตร หรือสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ และเมื่อได้รับผลการวิเคราะห์พร้อมคำแนะนำ แล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนการปลูกพืชตามที่ทางราชการให้คำแนะนำต่อไป
การปรับปรุงบำรุงดินก่อนการปลูกพืช
          สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
         1. การใช้ปุ๋ยคอก
                    ปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ชนิดต่างๆ มักจะสูญเสียธาตุอาหารไปได้โดยง่าย จึงควรใช้เศษซากพืช เช่น ฟางข้าว แกลบ ขี้เลื่อย ฯลฯ รองพื้นคอกสัตว์โดยใช้ในอัตราส่วน 1 ส่วน ต่อปุ๋ยคอก 4 ส่วนเพื่อให้ซากพืชช่วยดูดซับธาตุอาหารจากมูลสัตว์ไว้ เนื่องจากธาตุ ไนโตรเจนสูญเสียไปในรูปแอมโมเนียง่าย จึงจำเป็นต้องลดอัตราการสูญเสียธาตุไนโตรเจนด้วยการทำให้ปุ๋ยคอกแห้งโดยเร็ว อาจจะมี การเติมปุ๋ยร็อคฟอสเฟตคลุกเคล้าลงไปด้วยในอัตรา 5-10  กิโลกรัมต่อปุ๋ยคอก 1 ตัน เพราะสารประกอบฟอสเฟตจะจับตัวกับ แอมโมเนียไม่ไห้ระเหยไปได้ง่ายขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับธาตุฟอสฟอรัสและรักษาธาตุไนโตรเจนในปุ๋ยคอกไม่ให้สูญหายไปอีกด้วย
                    สำหรับอัตราการใช้ปุ๋ยคอกกับพืชควรใช้ปุ๋ยคอกกับพืชควรใช้ในอัตรา 1-3 ตันต่อไร่ โดยใส่ขณะเตรียมดินในกรณีที่ใช้ มูลสัตว์ที่ยังไม่ได้ผ่านการหมักควรไถกลบทิ้งไว้ประมาณ 15-30 วัน ก่อนการปลูกพืช สำหรับพื้นที่ปลูกพืชไปแล้วควรใช้มูลสัตว์ แห้งเก่าๆ โรยเป็นแถบแล้วจึงพรวนดินกลบ
           2. การใช้ปุ๋ยหมัก
                     ปุ๋ยหมักคือปุ๋ยที่ได้จากการนำเอาเศษซากพืชที่เหลือจากการเพาะปลูก เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด ต้นถั่วต่างๆ ผักตบชวา และของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมตลอดจนขยะมูลฝอย มาหมักร่วมกับมูลสัตว์และปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุไนโตรเจนเช่นปุ๋ยยูเรียจน เน่าเปื่อยแล้วนำไปใส่ในนาหรือสวน สำหรับอัตราการใช้ปุ๋ยหมักเพื่อการปรับปรุงบำรุงดินทำได้ดังนี้
                          พืชไร่ใช้ในอัตรา 2-3 ตัน/ไร่ โดยใส่เป็นแถวตามแนวปลูกพืชแล้วคลุกเคล้ากับดิน
                          พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับ ใช้อัตรา 3-4  ตัน/ไร่ โดยหว่านให้ทั่วพื้นที่แล้วไถกลบก่อนการปลูกพืช  7-14 วัน
         3. การใช้ปุ๋ยพืชสด
                      การใช้ปุ๋ยพืชสด คือการไถกลบส่วนต่างๆ ของพืชที่ยังสดอยู่ลงในดิน เพื่อให้เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ย ส่วนใหญ่จะใช้พืชตระกูลถั่ว เพราะให้ธาตุไนโตรเจนสูง และย่อยสลายง่าย  โดยเฉพาะในระยะออกดอก อาจปลูกแล้วไถกลบในช่วงที่ออกดอก หรือปลูกแล้ว ตัดส่วนเหนือดินไปไถกลบลงดิน
                     พืชที่นิยมนำไปใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ได้แก่ โสนอัฟริกัน โสนอินเดีย ปอเทือง ถั่วเขียว ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม  เป็นต้น สำหรับวิธีการ ใช้ปุ๋ยพืชสดสามารถทำได้ดังนี้