การทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุ์-แบบชาวบ้าน

เรียบเรียง : ดร.ประนอม ศรัยสวัสดิ์ กองขยายพันธุ์พืช
นิวัฒน์ เตชะสาน กองขยายพันธุ์พืช
ภาพ : ดร.จวงจันทร์ ดวงพัตรา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จัดทำ : กองเกษตรสัมพันธุ์
กรมส่งเสริมการเกษตร

ท่านเคยเจอปัญหาเหล่านี้บ้างไหม

ในแต่ละปีเกษตรกรจำนวนมากต้องพบกับความผิดหวังเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ เช่น ปลูกแล้วไม่งอก หรืองอกน้อยไม่ทั่วแปลง บางทีต้องปลูกซ่อมหรือปลูกใหม่ ต้องลงทุนลงแรง สองครั้งสามครา บางครั้งก็เลิกปลูก หรือหมดโอกาสที่จะปลูกไปเลยก็มี

ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าท่านใช้แต่เมล็ดที่มีความงอกดี อย่างไรก็ตามความงอกหรือความสามารถในการงอกของเมล็ดพันธุ์ไม่สามารถบอกได้จากการดูลักษณะภายนอกทางเมล็ดแต่เพียงอย่างเดียว จะต้องทดสอบดูให้เแน่ชัด

การทดสอบความงอกแบบชาวบ้าน

การทดสอบการงอกแบบง่ายๆ สามารถกระทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออุปกรณ์พิเศษแต่อย่างใด เกษตรกรสามารถปฎิบัติได้เอง ดังนี้

ก.การสุ่มตัวอย่าง

ในการทดสอบความงอกนั้น เราเพาะเมล็ดเพียงกำมือเดียว เพื่อประเมินว่าเมล็ดส่วนใหญ่ที่เหลืออีก 5 กิโลกรัม หนึ่งกระสอบ สิบกระสอบหรือมากกว่านั้น มีความงอกประการใด ดังนั้นการสุ่มตัวอย่างเมล็ดมาทำการทดสอบ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากสุ่มมาไม่ดี ผลการทดสอบจะไม่มีประโยชน์ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหายได้จึงควรสุ่มหลายๆจุด เช่น จากส่วนล่าง ส่วนกลางและส่วนบนของกระสอบให้ทั่วเพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริง ตัวอย่างที่สุ่มมาแล้วนี้ ถ้ามีมากเกินความจำเป็นในการทดสอบ ก็ให้แบ่งตัวอย่างให้น้อยลงโดยกรองเมล็ดกับพื้นคลุกเคล้ากันให้ทั่ว แล้วใช้ฝ่ามือแบ่งครึ่งกองเมล็ดและทำดังนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนตัวอย่างมีปริมาณน้อยลงแล้วหลับตาใช้มือหยิบเมล็ดทีละเมล็ดจนได้ 400 เมล็ด โดยแยกเป็น 4 กอง กองละ 100 เมล็ด เพื่อใช้ในการทดสอบความงอกต่อไป


ข.วัสดุที่ใช้เพาะ


ที่หาได้ง่าย คือ ทรายหรือดินนำมาใส่ในกระบะ กระถาง กระป๋อง เป็นต้น หรือจะทำเป็นแปลงเพาะเล็กๆก็ได้ ควรเตรียมวัสดุหรือแปลงเพาะให้พอแก่การเพาะเมล็ด 400 เมล็ด โดยอาจจะแบ่งเพาะเป็น 4 แปลง แปลงละ 100 เมล็ด หรือ 8 แปลง แปลงละ 50เมล็ด ก็ได้






ค.วิธีเพาะ

ทำได้โดยการหว่านเมล็ดลงบนดินหรือทรายที่เตรียมไว้ หรือเรียงเมล็ดเป็นแถวๆ เพื่อความสะดวกในการนับต้นกล้าก็ได้ หลังจากหว่านหรือเรียงเมล็ดแล้วใช้ดินทรายกลบเมล็ดให้ทั่ว หนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วใช้ฝ่ามือหรือแผ่นไม้กดทับดินให้แน่นพอประมาณ หลังจากเพาะแล้วรดน้ำให้แปลงชุ่ม แต่ไม่ให้ดินมีน้ำขัง และต้องป้องกันไม่ให้เป็ด ไก่ นก หนู และแมลงมาคุ้ยเขี่ยดินหรือกัดกินต้นกล้า

ง.การนับต้นกล้า


หลังจากเพาะแล้วประมาณ 5-10 วัน ก็นับต้นกล้าได้ ในการนับให้นับเฉพาะต้นกล้าที่สมประกอบ มียอดอ่อนและระบบรากที่แข็งแรง หรือที่เห็นว่าจะเจริญเป็นต้นสมบูรณ์ต่อไป



จ.การคิดเปอร์เซนต์ความงอก

หลังจากนับต้นกล้าในแต่ละแปลงแล้ว ให้จดจำนวนไว้ แล้วนำมาคำนวณเปอร์เซนต์ความงอก สมมติว่าเราเพาะเมล็ด 4 แปลง แปลงละ 100 เมล็ด นับต้นกล้าได้ 90,79,76,และ75 ต้น ซึ่งรวมกันแล้วได้ 320 ต้น เมื่อหารด้วย 4 ก็จะได้ความงอกเฉลี่ย เฉลี่ยร้อยละ80 ดั้งนี้เป็นต้น

การใช้ผลการทดสอบความงอก

ใช้ผลการทดสอบความงอกให้เป็นประโยชน์ได้ดังนี้
1. ใช้ในการพิจารณาว่าควรจะใช้เมล็ดนั้นเพาะปลูกหรือไม่
กล่าวคือ หากมีความงอกดีก็ใช้ได้ หากมีความงอกต่ำก็ไม่ใช้ปลูก แต่ใช้เพื่อการอื่นหรือขายไป

2. ใช้ในการกำหนดอัตราปลูก

กล่าวคือ หากเมล็ดมีความงอกดี ก็ใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไรน้อย ถ้าเมล็ดมีความงอกไม่ดีก็ใช้เมล็ดพันธุ์ให้มากขึ้นตามส่วน เพื่อให้ได้จำนวนต่อไร่ที่เหมาะสมโดยไม่ต้องมีการถอนแยกหรือปลูกซ่อม

3. ใช้ในการเลือกเมล็ดพันธุ์

ในกรณีที่มีเมล็ดพันธุ์มากเกินความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการเพาะปลูกควรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุด ซึ่งทำได้โดยการใช้ผลการทดสอบความงอกประกอบการตัดสินใจ

การทดสอบความงอกเมล็ดพันธุ์สามารถทำได้ในระดับไร่นา โดยไม่ยุ่งยากแต่ประการใด เกษตรกรทุกคนสามารถทำได้และควรทำอย่างยิ่ง

ตัวอย่างแสดงภาพลักษณะต้นกล้าที่ปกติเปรียบเทียบกับที่ผิดปกติ

 

ภาพที่ 1. ข้าว ต้นกล้าปกติ (ด้านซ้ายสุด) เปรียบเทียบกับต้นกล้าผิดปกติ(ต้นด้านขวาที่เหลือ)

 

ภาพที่ 2. ข้าวโพด ต้นกล้าปกติ (ด้านซ้ายสุด) เปรียบเทียบกับต้นกล้าผิดปกติ(ต้นด้านขวาที่เหลือ)

 

ภาพที่ 3. ข้าวฟ่าง ต้นกล้าปกติ (ด้านซ้ายสุด) เปรียบเทียบกับต้นกล้าผิดปกติ(ต้นด้านขวาที่เหลือ)

 

ภาพที่ 4. ข้าวลิสง ต้นกล้าปกติ (ด้านซ้ายสุด) เปรียบเทียบกับต้นกล้าผิดปกติ(ต้นด้านขวาที่เหลือ)

เปอร์เซนต์ความงอกของพืชชนิดต่างๆตามมาตรฐานของกรมส่งเสริมการเกษตร

ชนิดพืชเปอร์เซนต์ความงอกต่ำสุด
ข้าวและพืชไร่
1. ข้าว
80
2. ข้าวโพด
75
3. ข้าวฟ่าง
75
4. ข้าวสาลี
80
5. ถั่วเขียว
75
6. ถั่วเหลือง
70
7. ฝ้าย
70
9. งา
70
พืชผัก
1. ผักกาดหัว
75
2. ผักกาดกวางตุ้ง
75
3. ผักคะน้า
75
4. ผักกาดหอม
75
5. กระหล่ำดอกอิตาเลียน
80
6. ผักบุ้งจีน
60
7. พริก
60
8. มะเขือเทศ
75
9. มะเขือยาว
70
10. ถั่วฝักยาว
75
11. ถั่วลันเตา
75
12. แตงโม
75
13. ข้าวโพดหวาน
75
15. ถั่วเหลืองฝักสด
60
16. กระเจี้ยบเขียว
60
17. ข้าวโพดฝักอ่อน
75

จัดทำโฮมเพจโดย : สำนักบริการคอมพิวเตอร์, 29 พฤศจิกายน 2544