ชื่อวิทยาศาสตร์ Nilaparvata lugens (Stal)
รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลตัวเต็มวัยมีขนาดยาวประมาณ
3 มิลลิเมตร
ลำตัวมีสีน้ำตาลจนถึงสี
น้ำตาลปนดำ
ลักษณะปีกมี 2 แบบ คือ
ชนิดปีกยาว (macropterous form)
และชนิดปีกสั้น (bracrypterous form)
ตัวเต็มวัยอายุประมาณ 15
วัน ตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมี
5 ระยะ ระยะตัวอ่อน
ประมาณ 16 - 17
วัน
เพศเมียวางไข่ตามกาบใบเป็นส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นกลุ่มเรียงกันเป็นแถวในแนวตั้งฉากกับกาบใบคล้ายหวีกล้วย
ตัวเมีย 1
ตัวสามารถวางไข่ได้ถึง
200 ฟองระยะไข่ประมาณ 7 วัน
จึงฟักออกเป็นตัวอ่อน
ลักษณะการทำลาย
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายข้าวโดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าว
ทำให้ต้นข้าวเหี่ยวแห้ง
ถ้ามีปริมาณแมลงมาก
นาข้าวจะถูกทำลายแห้งตายเป็นหย่อมๆ
นอกจาการทำลายข้าวโดยตรงแล้ว
แมลงนี้ยังเป็น
พาหะนำโรคจู๋ (ragged stunt)
มาสู่ต้นข้าว
สำหรับโรคจู๋เป็นโรคที่ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงอย่างมาก
การระบาดของโรคจู๋ในปี
พ.ศ 2533 ข้าวพันธุ์ กข 7
และสุพรรณบุรี 60
ถูกทำลายมากกว่า 90
เปอร์เซ็นต์
การแพร่ระบาด
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลชนิดที่มีปีกยาว สามารถเคลื่อนย้ายและอพยพไปในระยะทางใกล้และไกล โดยอาศัยกระแสลมช่วย
ศัตรูธรรมชาติ
ตัวห้ำ : มวนดูดไข่ Cyrtorhinus lividipennis, มวนจิงโจ้น้ำ , ด้วงเต่า Micraspis sp. , Harmonia octomaculatus,Menochilus sexmaculatus, ด้วงดิน Ophionea nigrofasiatus, จิ้งหรีดหนวดยาว Metioche vittaticollis, Anaxipha longipennis,ตั๊กแตนหนวดยาว Conocephalus, longipennis, แมลงปอเข็ม .,แมลงวันตาโต Pipunculus spp., (เป็นตัวห้ำและตัวเบียน), แมงมุมหมาป่า Lycosa pseudoannulata, แมงมุมนักล่า Oxyopes spp.,แมงมุมกระโดด Phidippus sp., แมงมุมแคระ Atypena formosana, แมงมุมใยกลม Argiope catenulata, Araneus inustus ,แมงมุมเขี้ยวใหญ่ Tetragnatha spp.,แมงมุมขายาวTetragnatha mandibulata , แมงมุมสวน Argiope catenulata
ตัวเบียน : แตนเบียนไข่ Anagrus spp., Gonatocerus spp., Oligosita yasumatsui,Tetrastichus formosanus,Mymar taprobanicum, Panstenon nr. collaris แตนเบียนตัวอ่อนและตัวเต็มวัย Pseudogonatopus hospes ,Haplogonatopus orientalis, Echthrodelphax fairchildii , Elenchus yasumatsui, แตนเบียนดักแด้ Dryinid
ก ารป้องกันกำจัด
1. ใช้พันธุ์ข้าวต้านทาน ได้แก่ สุพรรณบุรี 1 ,สุพรรณบุรี 2, สุพรรณบุรี 90 , ชัยนาท 1, กข 23,
2. การเขตกรรม เช่น มีการระบายน้ำออกจากแปลงนา 7-10 วัน ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว และเมล็ดข้าวเริ่มแข็งแล้ว
3. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
4. ใช้สารเคมี ควรใช้เมื่อพบปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มากกว่า 10 ตัวต่อข้าว 1 กอ เช่น คาร์แทบ+ไอโซโปรคาร์บ 6%G 5 กิโลกรัมต่อไร่ อิมิดาโคลพริด 65% EC. อัตรา 60 ซีซีต่อไร่ บูโพรเฟซิน+ไอโซโปรคาร์บ 25% WP. อัตรา 100 กรัมต่อไร่