| |
กระเทียม (Garlic) |
| |
|
| |
สถานการณ์ทั่วไป
กระเทียมเป็นพืชเศรษฐกิจพืชหลักของประเทศนอกจากจะใช้ประกอบอาหารและยังเป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคได้หลายชนิด
ประเทศที่ผลิตกระเทียมได้มากคือ
สาธารณรัฐประชาชนจีน
เกาหลีใต้ และอินเดีย
สำหรับประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกระเทียม
150,000-190,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ
9,000 ตัน/ปี ผลผลิตสดเฉลี่ย
1,700-1,900 กิโลกรัม (สด)
|
| |
|
| |
ลักษณะทั่วไปของพืช
กระเทียมเป็นพืชล้มลุกมีลำต้นใต้ดิน
เรียกว่า หัว หัวมีกลีบย่อยหลายกลีบติดกันแน่นเนื้อสีขาวมีกลิ่นฉุนการปลูกจะใช้กลีบกระเทียมเป็นพันธุ์ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดีกระเทียมจะลงหัวในช่วงที่มีอากาศหนาว
ดังนั้นจึงปลูกได้ดีเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
|
| |
|
| |
พื้นที่ส่งเสริม
พื้นที่เหมาะสมเชิงธุรกิจจังหวัด
เชียงใหม่, ลำพูน,
เชียงราย, ลำปาง,พะเยา,
อุตรดิตถ์,
แม่ฮ่องสอน, ศรีสะเกษ
พื้นที่ปลูกที่สำคัญ
จังหวัด เชียงใหม่,
ลำพูน, เชียงราย, ลำปาง,
พะเยา, อุตรดิตถ์,
แม่ฮ่องสอน, ศรีสะเกษ
|
| |
|
| |
พื้นที่ปลูก
ประมาณ 209,430 ไร่ ( พศ.2540 / 2541) พันธุ์ที่ส่งเสริม
กระเทียมพันธุ์เบาของศรีสะเกษ,
กระเทียมพันธุ์เชียงใหม่,
กระเทียมพันธุ์หัวใหญ่
ต้นทุนการผลิต/ไร่ 13,860
บาท/ไร่ ( พศ.2539 )
|
| |
|
| |
ผลผลิต
ผลผลิตรวมทั้งประเทศ
429,441 ตัน ( พศ. 2540 / 2541)
ผลผลิตเฉลี่ย 2,051 กก./ไร่
(พศ. 2540 / 2541)
ราคาที่เกษตรกรขายได้
22 - 60 บาท/กก. (พศ. 2541)
ปริมาณที่ใช้ในประเทศ
429,416 ตัน (พศ. 2541)
การส่งออก ปริมาณ 25
ตัน มูลค่า 3.5
ล้านบาท ( พศ. 2540 )
การนำเข้า ปริมาณ -
มูลค่า - ล้านบาท (พศ.-
)
|
| |
การปลูก |
| |
วิธีการปลูก
1.
เตรีมแปลงกว้างประมาณ
1.20 เมตร
ความยาวตามสภาพพื้นที่
ความสูงของแปลงประมาณ
20 เซนติเมตร
2.
ใชัพันธุ์กระเทียมโดยฝังกลีบกระเทียมหลุมละ
1 กลีบ ลึกประมาณ 1
เซนติเมตร
3.
ให้รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
ประมาณ 5-7 วัน/ครั้ง
|
| |
ระยะปลูก 15-20
เซนติเมตร X 15-20
เซนติเมตร
จำนวนต้น/ไร่ - |
| |
การดูแลรักษา |
| |
การใส่ปุ๋ย
1.
ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เช่นปุ๋ยคอก,
ปุ๋ยหมัก,
รองพื้นระยะเตรียมดิน
ประมาณ 2-3 ตัน/ไร่
2. ปุ๋ยเคมีสูตร 10-10-15หรือ
13-13-21 อัตรา50-100 กก./ไร่
การให้น้ำ
1.
โดยใส่น้ำขังแปลงและตักรดทุก
3-5 วัน/ครั้ง
โดยสังเกตุจากใบกระเทียมถ้าเริ่มเหี่ยวต้องรีบให้น้ำทันที
การปฏิบัติอื่นๆ
การคลุมฟาง หลังปลูกกระเทียมแล้วให้คลุมฟางหนาประมาณ
2-3 นิ้ว เพื่อควบคุมการงอกของวัชพืช
และควบคุมความชื้นในดิน
ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโต
|
| |
ศัตรูพืชที่สำคัญและวิธีการป้องกันกำจัด |
| |
1. โรค
1.1 โรคใบเน่าหรือแอนแทรกโนส
จะทำให้ใบเป็นแผลเน่ายุบตัวและระบาดจนถึงทำให้หัวเน่า
โดยใช้ยาป้องกันกำจัดเชื้อรา
เช่น ไดโพลาแทน,
แมนเชทดี, ไดเท็นเอ็ม-45
หรือ ชินโคโฟน ฉีดยาพ่นทุก
5-7วัน/ครั้ง
1.2 โรคใบจุดสีม่วง
โรคนี้จะทำให้กะเทียมไม่ลงหัว
ใบแห้งมีแผลจำนวนมากตามใบและจะแห้งตายไปในที่สุดป้องกันกำจัด
ใช้ยากำจัดเชื้อราเช่น
ไดเท็นเอ็ม-45, ชินโคโพล
เดอโรชาล, นาวิสตินหรือไดโพลาแทนฉีดพ่นทุก5-7
วัน/ครั้ง
1.3 โรคหัวและรากเน่า
กระเทียมเริ่มมีใบแก่เหลืองเหี่ยวแห้งไป
กาบหัวช้ำเริ่มมีเส้นใยสีขาวขึ้นฟูอยู่บนแผลและตาม
รากเน่าเป็นสีน้ำตาลจะทำให้หัวนิ่มเน่าและเนื้อเยื่อยุ่ยมีกลิ่นเหม็น
การป้องกันกำจัด
1. ให้ขุดหอมและดินที่เกิดโรครวบรวมไปเ
ผาทำลายเสีย เพื่อป้อองกันมิให้ระบาดแพร่ทั่วไป
2. ในการปลูกหอมหรือพืชอื่นๆในปีต่อไป
ในที่ๆมีโรคนี้ระบาด
ควรทำการปรับปรุงแก้ไขดินเสียใหม่
โดยใส่ปูนขาวประมาณ
100-200 กก./ไร่ ก็จะช่วยให้โรคนี้ชะงักไปได้ระยะหนึ่งหรือหายไป
3. ใช้ยาเทอราคลอ,
เทอราโซล หรือเทอราคลอซุปเปอร์เอกซ์ราดโคนต้น4).
ควรปลูกพืชหมุนเวียนสลับอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า
5 ปี
1.4 โรคเน่าคอดิน
ที่โคนต้นบริเวณเหนือพื้นดินขึ้นไปจะมีรอยช้ำเป็นจุดเล็กๆก่อนแล้วจึงขยายตัวขึ้นตามลำดับจนรอบ |