ถั่วเหลือง เชียงใหม่ 60

ประวัติ

        ฤดูฝน ปี พ.ศ.2518  ทำการผสมพันธุ์ถั่วเหลืองจำนวน 22 คู่  ที่สถานที่ทดลองพืชไร่แม่โจ้  ได้สายพันธุ์ 7508-50-10 (ถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 60)  ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ Williams  ซึ่งมีลำต้นแข็งแรง จำนวนฝักต่อต้นมาก กับพันธุ์ สจ.(F10 7019) เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรคราสนิม คุณภาพเมล็ดดี

        ตามผลการทดลองตั้งแต่ปี พ.ศ.2518-2529  พบว่าสายพันธุ์ 7508-50-10 เป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดีทั้งในฤดูฝน และฤดูแล้ง  และทนทานต่อโรคราสนิม  จึงสมควรจะเป็นพันธุ์และแนะนำส่งเสริมต่อไป  และคณะกรรมการวิจัย  กรมวิชาการเกษตร  ได้มีมติรับรองสายพันธุ์นี้ เมื่อวันที่ 30 เดือนกันยายน พ.ศ.2530  โดยใช้ชื่อว่าถั่วเหลือง พันธุ์เชียงใหม่ 60

 ลักษณะเด่นของสายพันธุ์

        ทนทานต่อโรคราสนิมดีกว่าถั่วเหลืองพันธุ์ สจ.4 และ สจ.5  เมื่อถูกโรคราสนิมเข้าทำลายจะให้ผลผลิตลดเพียง 16%  แต่ สจ.4 และ สจ.5 ผลผลิตจะลดลง 29 และ 30ตามลำดับ มีการแตกกิ่งน้อย จึงสามารถเพิ่มจำนวนต้นต่อไร่อีกเป็นการเพิ่มผลผลิตด้วย  ตอบสนองต่อปุ๋ยในอัตราต่ำดีกว่าพันธุ์ สจ.5 สามารถปลูกได้ทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน  โดยผลผลิตอยู่ในระดับใกล้เคียงกับพันธุ์ สจ.4 และ สจ.5

ลักษณะประจำพันธุ์

        ใบสีเขียว กว้างหนา ลำต้น ที่ส่วนโคนสีเขียว มีขนสีน้ำตาล ไม่ทอดยอด ความสูงของต้นเฉลี่ยประมาณ 61 ซม. ลักษณะทรงต้น แตกกิ่งน้อย ดอกสีขาว ฝัก เมื่อแก่จัดมีสีน้ำตาลเข้ม เมล็ดสีเหลือง กลม ตาสีน้ำตาล น้ำหนัก 100 เมล็ด 14.5 กรัม  อายุถึงวันออกดอก 35 วัน อายุถึงวันเก็บเกี่ยว 97 วัน

ผลผลิต

        ผลผลิตเฉลี่ยทั้งปี 2545 กก./ไร่

ความต้านทานต่อโรคและแมลง

        ยอมรับการเป็นโรคราสนิม 46.3% ผลผลิตลดลงเมื่อเป็นโรคราสนิม 16.3%

องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ด

        มีน้ำมัน 20.0%  โปรตีน 43.8% และกรดไขมัน ปาลมิติด 12.75% สเตริค 3.78% โอเลอิค 19.57% ลิโนเลอิค 53.53% ลิโนเลนิค 9.57%