ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๔๒ ประจำวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ แมลงบั่ว


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๔๒ ประจำวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
แมลงบั่ว

 

          เตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดที่เคยพบการระบาดมาก่อน ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี พิจิตร พิษณุโลก ชัยนาท และจังหวัดสิงห์บุรี ระวังการระบาดของแมลงบั่วเนื่องจากในช่วงนี้พื้นที่ดังกล่าวข้าวอยู่ในระยะแตกกอ ประกอบกับในช่วงนี้มีฝนตกปรอยอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิลดต่ำลง อากาศเย็นโดยเฉพาะพื้นที่เป็นภูเขาและมีเชิงเขาล้อมรอบ ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะต่อการขยายพันธุ์และวางไข่ของแมลงบั่ว ดังนั้น เกษตรควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบแมลงบั่วในแปลง โดยมีลักษณะคล้ายยุงระบาดในแปลงให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อดำเนินการหาแนวทางควบคุมโดยทันที ก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง

 

ชื่อวิทยาศาสตร์  :   Orseolia  oryzae (Wood - Mason)

 

วงศ์  :   Cecidomyiidae

 

อันดับ :   Diptera

 

รูปร่างลักษณะ
          แมลงบั่ว ตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายยุงหรือริ้นลำตัวยาวประมาณ ๓ – ๔ มิลลิเมตร หนวดและขามีสีดำเวลากลางวันตัวเต็มวัยจะเกาะซ่อนตัวอยู่ใต้ใบข้าวบริเวณกอข้าว และเวลากลางคืนจะบินไปหาที่มีแสงไฟเพื่อผสมพันธุ์ เพศผู้ลำตัวมีสีน้ำตาลปนเหลืองขนาดเล็กกว่าเพศเมีย เพศเมียส่วนท้องมีสีแดงส้มวางไข่ใต้ใบข้าวในเวลากลางคืน โดยเป็นฟองเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่ม ๓ - ๔ ฟอง เพศเมีย ๑ ตัวสามารถวางไข่ได้หลายร้อยฟองในชั่วอายุ ๔ วัน ไข่มีลักษณะคล้ายกล้วยหอม ยาวประมาณ ๐.๔๕ มิลลิเมตรกว้างประมาณ ๐.๐๙ มิลลิเมตร ระยะไข่ประมาณ ๓ – ๔ วัน ตัวหนอนคล้ายหนอนแมลงวันหัวท้ายเรียวหนอนมี ๓ ระยะ ตัวหนอนที่ฟักจากไข่จะคลานตามบริเวณกาบใบเพื่อแทรกตัวเข้าไปในกาบใบ เข้าไปอาศัยกัดกินที่จุดเจริญ (growing point)ของตายอด หรือตาข้างบริเวณข้อ ระยะหนอนนาน ๑๑ วันขณะที่หนอนอาศัยกัดกินอยู่ภายในตาของต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโต ต้นข้าวจะสร้างหลอดหุ้มตัวหนอนไว้ทำให้เกิดเป็นช่องกลวงที่เรียกว่า“หลอดบั่วหรือหลอดหอม”

ลักษณะการทำลาย
          เมื่อตัวหนอนฟักออกจากไข่จะคลานลงสู่ซอกของใบ ยอด และกาบใบเพื่อเข้าทำลายยอดที่กำลังเจริญเติบโต โดยหนอนจะอาศัยกัดกินอยู่ภายในตาของต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโต ต้นข้าวจะสร้างหลอดหุ้มตัวหนอนไว้ทำให้เกิดเป็นช่องกลวงที่เรียกว่า“หลอดบั่วหรือหลอดหอม” หลอดจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นตรงส่วนที่ถูกหนอนบั่วทำลาย มีลักษณะเป็นหลอดยาว มีสีเขียวอ่อนแตกต่างจากหน่อข้าวปกติ ต้นข้าวและกอข้าวที่ถูกทำลายมีอาการแคระแกร็น ต้นเตี้ย ลำต้นกลม สีเขียวเข้ม ไม่ออกรวง ยอดที่ถูกทำลายไม่สามารถออกรวงได้ ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงมาก ระยะข้าวแตกกอจะเป็นระยะที่แมลงบั่วเข้าทำลายมากและจะพบแมลงบั่วระบาดมากในช่วงฤดูฝน 

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

          ๑. ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงนา หากพบจำนวนไม่มากให้ถอนต้นเป็นหลอดออกจากแปลงนานำไปเผาทำลาย

          ๒. กำจัดวัชพืชรอบแปลงนา เช่น ข้าวป่า หญ้าข้าวนก หญ้าไซ หญ้าแดง หญ้าชันอากาศเพื่อทำลายพืชอาศัยของแมลงบั่ว

          ๓. ใช้กับดักแสงไฟล่อตัวเต็มวัยเพื่อจับมาทำลาย ในช่วงเวลา ๑๙.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม

          ๔. สุ่มสำรวจแปลงนาเมื่อพบต้นข้าวแสดงอาการใบไม่คลี่ แต่เป็นหลอดคล้ายหลอดหอม ๓ - ๕ เปอร์เซ็นต์ (ต้นข้าว ๑๐๐ ต้น พบต้นที่เป็นหลอด ๓ - ๕ หลอด) ในช่วงข้าวระยะกล้าถึงแตกกอใช้สารกำจัดแมลง คลอไทอะนิดิน ๑๖ % เอสจี หรือ คลอร์ไพรีฟอส ๔๐ % อีซี หรือ อิทิโพรล ๑๐ % เอสจี

          ๕. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ เช่น แมงมุม และแตนเบียนของแมลงบั่ว

ฤดูถัดไป

          ๖. ไม่ควรหว่านข้าวหรือปักดำข้าวถี่เกินไป ในพื้นที่ที่มีการระบาดของแมลงบั่วเป็นประจำ

 

ที่มา  :  สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว  กรมการข้าว , กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย  :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 08/11/2560