ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๗๗ ประจำวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๑ หนอนห่อใบข้าว


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๗๗ ประจำวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๑
หนอนห่อใบข้าว (Rice Leaffolder)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในทุกภาคของประเทศไทย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ของหนอนห่อใบข้าว หรือหนอนม้วนใบข้าว หนอนกินใบข้าว ซึ่งมักระบาดมากในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในแปลงนาที่มีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหรือ ปุ๋ยยูเรียมากเกินไป และพบระบาดบ่อยๆ ในนาเขตชลประทาน เนื่องช่วงนี้ฝนตกชุกในหลายพื้นที่ขณะนี้ และข้าวส่วนใหญ่อยู่ในระยะแตกกอ สภาพเหมาะสมต่อการระบาด ดังนั้น ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ และสังเกตใบข้าวเมื่อเริ่มพบเป็นรอยสีขาวเป็นทางยาว ใบข้าวแต่ละใบอาจพบรอยกัดกินหลายรอย ใบที่ถูกทำลายรุนแรงจะแห้ง แปลงที่ถูกทำลายมาก ใบข้าวอาจ มีอาการแห้งไหม้คล้ายถูกแดดเผา ให้รีบแจ้งหรือขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อดำเนินการหาแนวทางควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Cnaphalocrocis medinalis (Guenee)

วงศ์  :   Pyralidae

อันดับ  :   Lepidoptera

ชื่ออื่น  :   หนอนม้วนใบข้าว หนอนกินใบข้าว

รูปร่างลักษณะ
            ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนปีกสีน้ำตาลเหลืองมีแถบสีดำพาดที่ปลายปีก ตรงกลางปีกมีแถบสีน้ำตาลพาดขวาง ๒ - ๓ แถบ ขณะเกาะใบข้าวปีกจะหุบเป็นรูปสามเหลี่ยม มักเกาะอยู่ในที่ร่มใต้ใบข้าว เพศผู้มีขนาดเล็กกว่าเพศเมียเล็กน้อย เพศเมียวางไข่เวลากลางคืนประมาณ ๓๐๐ ฟอง บนใบข้าว ขนานตามแนวเส้นกลางใบและสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ไข่มีลักษณะเป็นรูปจานสีขาวขุ่นเป็นกลุ่ม ประมาณ ๑๐ - ๑๒ ฟอง บางครั้งวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ ระยะไข่ ๔ - ๖ วัน หนอนที่ฟักจากไข่ใหม่ๆ มีสีขาวใส หัวมีสีน้ำตาลอ่อน หนอนโตเต็มที่มีสีเขียวแถบเหลือง หัวสีน้ำตาลเข้ม หนอนโตเต็มที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเมื่อถูกสัมผัส หนอนมี ๕ - ๖ ระยะ ส่วนใหญ่มี ๕ ระยะ หนอนวัยที่ ๕ เป็นวัยที่กินใบข้าวได้มากที่สุด ระยะหนอน ๑๕ - ๑๗ วัน หนอนเข้าดักแด้ในใบข้าวที่ห่อตัวนั้น ระยะดักแด้ ๔ - ๘ วัน ตัวเต็มวัยจะหลบซ่อนบนต้นข้าวและวัชพืชตระกูลหญ้าในเวลากลางวัน และจะบินหนีเมื่อถูกรบกวน

พืชอาหาร
            ข้าว ข้าวป่า ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย หญ้าข้าวนก หญ้าคา หญ้าชันกาด หญ้าไซ หญ้าตีนกา หญ้าตีนนก หญ้าปล้องหิน หญ้าตีนติด

ลักษณะการทำลาย
            ผีเสื้อหนอนห่อใบข้าวจะเคลื่อนย้ายเข้าแปลงนา ตั้งแต่ข้าวยังเล็กและวางไข่ที่ใบอ่อน โดยเฉพาะใบที่ ๑ - ๒ จากยอด เมื่อตัวหนอนฟักออกมาจะแทะผิวใบข้าวส่วนที่เป็นสีเขียว ทำให้เห็นเป็นแถบยาวสีขาว มีผลให้การสังเคราะห์แสงลดลง หนอนจะใช้ใยเหนียวที่สกัดจากปาก ดึงขอบใบข้าวทั้งสองด้านเข้าหากันเพี่อห่อหุ้มตัวหนอนไว้หนอนจะทำลายใบข้าว ทุกระยะการเจริญเติบโตของข้าวถ้าหนอนมีปริมาณมากจะใช้ใบข้าวหลายๆ ใบมาห่อหุ้มและกัดกินอยู่ภายใน ซึ่งปรกติจะพบตัวหนอนเพียงตัวเดียวในใบห่อนั้น ในระยะข้าวออกรวงหนอนจะทำลายใบธงซึ่งมีผลต่อผลผลิตเพราะทำให้ข้าวมีเมล็ดลีบ น้ำหนักลดลง หนอนห่อใบสามารถเพิ่มปริมาณได้ ๒ - ๓ อายุขัยต่อฤดูปลูก พบระบาดในนาเขตชลประทาน โดยเฉพาะแปลงข้าวที่ใส่ปุ๋ยอัตราสูง หนอนใช้ใบข้าวห่อหุ้มตัวและกัดกินอยู่ภายใน บริเวณที่ถูกทำลายจะเป็นทางขาวยาวขนานกับเส้นกลางใบ ทำให้การสังเคราะห์แสงของต้นข้าวลดลง

การแพร่ระบาด
            สามารถระบาดได้ทุกสภาพแวดล้อมแต่จะระบาดมากในช่วงฤดูฝน

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. สำรวจแปลงอ้อยอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
            ๒. ในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นประจำควรปลูกข้าว ๒ พันธุ์ขึ้นไป โดยปลูกสลับพันธุ์กันจะช่วยลดความรุนแรงของการระบาด
            ๓. กำจัดวัชพืช เช่น หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าปล้อง หญ้าไซ หญ้าชันกาด และข้าวป่า
            ๔. ไม่ควรใช้สารกำจัดแมลงชนิดเม็ดและสารกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์หรือสารผสมสาร ไพรีทรอยด์สังเคราะห์ ในข้าวอายุหลังหว่าน ๔๐ วัน เพราะศัตรูธรรมชาติจะถูกทำลาย ทำให้เกิดการระบาดของหนอนห่อใบข้าวรุนแรงได้ในระยะข้าวตั้งท้อง-ออกรวง
            ๕. เมื่อเริ่มมีการระบาดของหนอนห่อใบในแปลงข้าว ไม่ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเกิน ๕ กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยยูเรียไม่เกิน ๑๐ กิโลกรัมต่อไร่ ควรแบ่งใส่ปุ๋ยในช่วงข้าวกำลังเจริญเติบโตและลดปริมาณปุ๋ยที่ใส่ โดยปุ๋ยสูตร ๑๖-๒๐-๒ ใส่ไม่เกิน ๓๐ กิโลกรัมต่อไร่
            ๖. เมื่อพบผีเสื้อหนอนห่อใบข้าว ๔ - ๕ ตัวต่อตารางเมตร และพบใบข้าวถูกทำลายมากกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในข้าวอายุ ๑๕ - ๒๐ วัน ให้ใช้สารเคมีกำจัดแมลงประเภทดูดซึม เฉพาะพื้นที่มีใบถูกทำลายจนเห็นรอยขาวๆเช่น
                        - ฟิโปรนิล (แอสเซ็นด์ ๕% เอสซี) อัตรา ๓๐ - ๕๐ มิลลิเมตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                        - เบนซัลแทป (แบนคอล ๕๐% ดับบลิวพี) อัตรา ๑๐ - ๒๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                        - คาร์โบซัลแฟน (พอสซ์ ๒๐% อีซี) อัตรา ๘๐ - ๑๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

 

 

ที่มา :  ๑. กรมการข้าว

ที่ปรึกษา      :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
    
                    นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ    กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 23/08/2561