ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๖๓ ประจำวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑ จักจั่น (อ้อย)


ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๖๓ ประจำวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑
จักจั่น (อ้อย)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในทุกภาคของประเทศไทย เฝ้าระวังการระบาดของจักจั่นในไร่อ้อยโดยเฉพาะพื้นที่ปลูกอ้อยในแถบจังหวัดสุพรรณบุรีได้แก่ อำเภอสามชุก ศรีประจันทร์ และอำเภอแสวงหาและพื้นที่ปลูกอ้อยในจังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงที่เสี่ยงต่อการระบาดของจักจั่นจักจั่น จักจั่นจัดเป็นศัตรูป่าไม้ มักไม่พบเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตรมากนัก จากการที่ปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมากอาจมีผลให้สมดุลของระบบนิเวศ และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปทำให้อาหารตามธรรมชาติมีปริมาณลดลง จักจั่นจึงเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตรดังนั้น ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากสำรวจพบจักจั่น ให้ขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Platypleura cespiticola Boulard

วงศ์  :   Cicadidae

อันดับ  :   Hemiptera

ชื่ออื่น  :   -

รูปร่างลักษณะ
            
การเจริญเติบโตของจักจั่นเป็นแบบไม่สมบูรณ์ คือ ระยะตัวอ่อนมีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับตัวเต็มวัย ต่างกันที่ตัวอ่อนในระยะแรกไม่มีปีก เมื่อลอกคราบปีกจะค่อย ๆ ยาวออก จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จักจั่นมีวงจรชีวิต ดังนี้
            ระยะไข่ ตัวเมียจะเจาะต้นไม้ให้เป็นรูเล็ก ๆ เพื่อวางไข่ เมื่อไข่ฟักกลายเป็นตัวอ่อนจะร่วงลงสู่พื้นดิน โดยไข่ใช้เวลาฟักประมาณ ๔ เดือน
            ระยะตัวอ่อน ระยะที่ทำความเสียหายให้กับอ้อย คือ ระยะตัวอ่อน ซึ่งอาศัยอยู่ในดินที่ความลึกตั้งแต่ ๓๐ เซนติเมตรถึง ๒.๕ เมตร โดยดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากพืช ตัวอ่อนมีขาหน้าขนาดใหญ่สำหรับขุดดิน บางครั้งจะเห็นดินเป็นแท่งทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๒ เซนติเมตร บิดเป็นเกลียวโผล่ขึ้นมาจากดินสูงประมาณ ๕ – ๗ เซนติเมตรคล้ายกับดินที่เกิดจากไส้เดือนแต่มีขนาดใหญ่กว่า ตัวอ่อนใช้เวลาประมาณ ๔ – ๖ เดือน อาศัยอยู่ในดิน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและทำความเสียหายให้กับผลผลิตอ้อยได้มาก
            ระยะตัวเต็มวัย เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตเต็มที่ จะไต่ขึ้นมาบนลำต้นเพื่อลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย ในเดือนเมษายน – กรกฎาคม ระยะที่เป็นตัวเต็มวัยจะประมาณ ๑ – ๒ เดือน วงจรชีวิตโดยรวมประมาณ ๒ – ๕ ปี แต่มีบางชนิดที่มีวงจรชีวิตยาวนานถึง ๑๗ ปี
จักจั่นตัวผู้สามารถทำเสียงได้ดังมาก มักส่งเสียงร้องในเวลากลางวันมากกว่ากลางคืนส่วนตัวเมียไม่สามารถทำเสียงได้ ชาวเหนือและชาวอีสานมักนำจักจั่นทั้งตัวอ่อน
และตัวเต็มวัยมาประกอบอาหารนอกจากนี้บางคนก็นำซากตัวอ่อนจักจั่นที่ตายเพราะถูกทำลายโดยเชื้อราชนิด Cordyceps sobolifer ที่มีอยู่ในดิน

ลักษณะการทำลาย
            
จักจั่นตัวเมียมักจะเจาะต้นเพื่อวางไข่ เมื่อฟักไข่เป็นตัวอ่อนจะทำลายพืชโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากพืช ทำให้ระบบรากเสียหายเกิดอาการเหี่ยว และแห้งตายได้ในที่สุด

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            
๑. สำรวจแปลงอ้อยอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
            ๒. ไม่บุกรุกทำลายป่า และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของจักจั่น เพื่อไม่ให้เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร
            ๓. หากพบระบาดในอ้อยไม่ควรใช้สารเคมีเนื่องจากลงทุนสูงแต่ได้ผลน้อย อีกทั้งจักจั่นไม่ได้ระบาดเป็นประจำ
            ๔. ในพื้นที่ที่มีการระบาดให้ใช้วิธีเขตกรรม เช่น การขุดหรือไถพรวนเพื่อจับตัวอ่อนในดิน หรือการเก็บตัวเต็มวัยในเวลากลางคืน
            ๕. สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนของคนในชุมชน เช่นเดียวกับการรณรงค์เก็บตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาวเจาะลำต้นทุเรียน แมลงนูนหลวง และด้วงหนวดยาวอ้อย เป็นต้น

 

ที่มา :  ๑. กรมวิชาการเกษตร
            
๒. กรมส่งเสริมการเกษตร

ที่ปรึกษา    :  นางจิระนุช  ชาญณรงค์กุล  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
                       
นางสาวสุมนา  สิมาสฤษฏ์  ผู้อำนวยการกลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช

เรียบเรียงโดย :  นางสาวศศิประภา  มาราช  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ
                             นางสาวเบญจมาภรณ์  ชุ่มจิตร  นักวิชาการเกษตรชำนาญการ
                             
กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 11/07/2561