ฉบับที่ ๑๕ ประจำวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เพลี้ยไฟ (Cotton Thrips)


ฉบับที่ ๑๕ ประจำวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
เพลี้ยไฟ (Cotton Thrips)

          เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ในทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มแห้งแล้ง ฝนเริ่มทิ้งช่วง ระวังการระบาดของเพลี้ยไฟทำลายดอกกล้วยไม้ ทำให้ดอกเสียคุณภาพ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “ตัวกินสี”

ชื่อวิทยาศาสตร์  :   Thrips palmi Karny

วงศ์  :   Thripidae

อันดับ  :   Thysanoptera

รูปร่างลักษณะ
          เพลี้ยไฟเป็นแมลงปากดูดมีขนาดเล็กมากลำตัวยาวประมาณ ๒ มิลลิเมตร รูปร่างเรียว แคบยาว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวอ่อนไม่มีปีก ลำตัวสีเหลืองอ่อนถึงสีน้ำตาลอ่อน ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ มีทั้งชนิดปีกและไม่มีปีก ชนิดที่มีปีกจะมีปีก 2 คู่ลักษณะคล้ายขนนก ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก เมื่อถูกรบกวนมักจะวิ่งหลบหนีซ่อนตัว หรือกระโดดบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็นตัว

ลักษณะการทำลาย
          เพลี้ยไฟเป็นศัตรูตัวสำคัญของกล้วยไม้ โดยเฉพาะวงการกล้วยไม้ตัดดอก จัดเป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก โดยตัวเต็มวัยจะวางไข่ไว้ในเนื้อเยื่อโดยเฉพาะดอกกล้วยไม้ เมื่อเกิดเป็นตัวอ่อนก็จะเริ่มทำลายดอก หรือส่วนอื่นที่วางไข่ไว้ ตัวอ่อนจะชอบอยู่ตามซอกกลีบดอกที่ซ้อนทับกัน ระบาดหนักช่วงอากาศร้อนแห้งแล้ง สังเกตอาการด่างตามขอบกลีบดอก เนื่องจากถูกตัวอ่อนดูด เพลี้ยไฟเข้าทำลายที่ช่อดอกอ่อน ดอกอ่อนจะถูกดูกินน้ำเลี้ยงจนทำให้ดอกแห้งฝ่อ พบระบาดมากในกล้วยไม้ประเภทหวาย แอสโค และช้าง

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
          หากสุ่มพบอาการทำลาย ๘ ช่อดอก จาก ๔๐ ช่อดอก พ่นสารเคมีกำจัดแมลงแบบสลับกัน ทุก ๑๔ วัน ดังนี้
                   - สไปนีโทแรม ๑๒% เอสซี อัตรา ๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                   - ฟิโพรนิล ๕% เอสซี อัตรา ๓๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ
                   - อีมาเมกตินเบนโซเอต ๑.๙๒% อีซี อัตรา ๒๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

 

ที่มา :  กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Update Date : บันทึกเมื่อ : 16/11/2560