ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๐๑ ประจำวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ผีเสื้อมวนหวาน (ภาคใต้)


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๐๑ ประจำวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ผีเสื้อมวนหวาน (ภาคใต้)

            เตือนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในเขตภาคใต้ ในช่วงนี้ผลไม้หลายชนิดส่วนใหญ่เริ่มสุกแก่ และเริ่มพบผีเสื้อมวนหวานเข้าทำลายสวนผลไม้ จึงขอให้ชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ หรือจังหวัดใกล้เคียงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ผีเสื้อมวนหวานอย่างต่อเนื่อง และหมั่นสำรวจสวนผลไม้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากผีเสื้อมวนหวานสามารถเข้าทำลายผลไม้เศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด เช่น เงาะ ลำไย ลองกอง มังคุด ส้ม ส้มโอ โดยดูดกินน้ำหวานในผลไม้สุกเป็นอาหาร โดยผลที่ถูกผีเสื้อเจาะทำลายมักมีรอยเป็นวงสีน้ำตาลมีน้ำเยิ้มออกมาจากรอยเจาะ ต่อมาผลเน่าและร่วงลงดิน เมื่อพบการทำลายให้รีบแจ้งหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อหาแนวทางการควบคุม และป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Othreis fullonia Clerck

วงศ์  :   Noctuidae

อันดับ  :   Lepidoptera

ชื่ออื่น  :   -

รูปร่างลักษณะ
            ตัวเต็มวัยผีเสื้อมวนหวานเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ ปีกคู่หน้ามีสีน้ำตาลปนเทา ปีกคู่หลัง มีสีเหลืองส้ม ขอบปีกด้านนอกสีดำ และกลางปีกมีแถบสีดำคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยวข้างละ ๑ อัน ตัวเต็มวัยวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ บนใบพืชได้ครั้งละประมาณ ๑๐๐ ฟอง ไข่ทรงกลมสีเหลืองเขียว ระยะไข่ ๓ – ๔ วัน ที่อุณหภูมิ ๒๘ – ๓๐ องศาเซลเซียส หรือสภาพอบอุ่นจากนั้นจึงฟักเป็นตัวหนอน ตัวเมียตลอดชีวิตวางไข่ได้ ๗๕๐ ฟอง ตัวหนอนมีสีเขียวใส หนอนมี ๗ ระยะ เมื่อหนอนโตเต็มที่จะมี สีน้ำตาลปนดำ ด้านข้างของท้องจะมีลายวงกลมสีขาวและส้ม นอกจากนี้ ยังมีจุดขาวแดงอมส้ม และฟ้าซึ่งเป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วตัวระยะหนอน ๑๒ – ๒๑ วัน หนอนจะนำใบพืชมาห่อหุ้มตัวแล้วเข้าดักแด้อยู่ภายในระยะดักแด้ ๑๐ – ๑๒ วัน ตั้งแต่วางไข่จนถึงตัวเต็มวัยวางไข่ได้ ประมาณ ๓๐ - ๓๓ วัน

ลักษณะการทำลาย
            ตัวเต็มวัยทำลายผลไม้โดยใช้งวงปากที่แข็ง แทงเจาะทะลุผิวเปลือก และดูดกินน้ำหวานในผลไม้สุกเป็นอาหาร ผลที่ถูกผีเสื้อเจาะทำลายมักมีรอย เช่น ผลลองกอง เป็นวงสีน้ำตาล มีน้ำเยิ้มออกมาจากรอยเจาะ ต่อมาผลเน่าและร่วงลงดิน

พืชอาหาร   ทุเรียน เงาะ ลำไย ทับทิม ละหุ่ง ขิง ลิ้นจี่ หม่อน และโกโก้

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้
            ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งทุกสัปดาห์
           ๒. ใช้กับดักแสงไฟจากหลอดแบล็คไลท์ (Black Light ) ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ๒๐.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. เป็นช่วงที่ตัวเต็มวัยออกหากินมากที่สุด ควรวางกับดักสูงจากพื้น ๑.๒ เมตร ใต้หลอดไฟวางถาดน้ำมันหรือถาดบรรจุน้ำผงซักฟอก ให้ตัวแก่บินมาเล่นไฟตกลงมาจมน้ำตาย
           ๓. ใช้เหยื่อพิษ โดยเหยื่อล่อเป็นสับปะรดสุก ขนาดชิ้นหนา ๑ นิ้ว ชุบสารเคมี คาร์บาริล ๘๕% WP อัตรา ๕ กรัม ผสมน้ำ ๑ ลิตร แขวนเป็นจุดๆ ในสวน จำนวน ๑ กับดัก ต่อ ต้นไม้ผล ๕ ต้น
           ๔. จับเก็บตัวเต็มวัยในเวลากลางคืน โดยใช้ไฟฉายส่องตามผล ช่อผล เริ่มในช่วงเวลา ๒๐.๐๐ - ๒๒.๐๐ น.จะพบตัวเต็มวัยเจาะดูดกินน้ำหวานจากผล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมลงไม่ทันระวังตัว สามารถจับได้ด้วยมือ และนำเก็บใส่ลงในขวดพลาสติกปิดฝา นำไปทำลาย
           ๕. วิธีการป้องกันผีเสื้อมวนหวานที่ดีที่สุด คือ การห่อผลด้วยกระดาษถุงปูน หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ โดยการห่อเป็นรูปกรวยสามเหลี่ยม และเปิดที่ปลายโคนเพื่อเป็นช่องให้อากาศผ่าน ป้องกันการเกิดผลเน่า
           ๖. ใช้กรงกับดักดักจับตัวเต็มวัย กรงกับดักเป็นกรงมุ้งตาข่าย ด้านล่างเป็นกรวยปลายเปิดเล็กเข้าไปด้านใน มีแท่นวางเหยื่อล่อด้านล่าง ใช้จับตัวเต็มวัยผีเสื้อมวนหวาน จะแขวนบนต้นสูงระดับเดียวกับผลไม้หรือวางบนขาตั้งสูงจากพื้น ๒๐ เซนติเมตร เหยื่อล่อเป็นสับปะรดสุก หรือกล้วยน้ำหว้าสุกงอม ต้องมีฝาปิดโดยปิดไว้หลวมๆ ให้ผีเสื้อมวนหวานดันเข้าไปในกรงกับดัก แต่แทรกดันออกไม่ได้
           ๗. การใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียนไข่ทริโคแกรมมา มวนพิฆาต และมวนเพชฌฆาต เพื่อกาจัดไข่และตัวหนอนผีเสื้อหวาน

 

ที่มา :   กรมส่งเสริมการเกษตร
เรียบเรียงโดย :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 21/07/2560