ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๙๖ ประจำวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust)


ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๙๖ ประจำวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐

ตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust)

           เตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และข้าวโพดในเขตภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และจังหวัดเลย เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การระบาดของตั๊กแตนไผ่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าอยู่ในระยะตัวอ่อนซึ่งเป็นระยะที่เริ่มสร้างความเสียหายให้กับพืชได้ และหมั่นสำรวจแปลงปลูกข้าว และแปลงปลูกข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากตั๊กแตนไผ่อาจแพร่ระบาดเข้ามาและสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทยได้ หากพบตั๊กแตนไผ่ในพื้นที่การเกษตร ให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อดำเนินการควบคุม และหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

ชื่อวิทยาศาสตร์  :   Ceracris  kiangsu

วงศ์  :   Acrididae

อันดับ  :   Orthoptera

รูปร่างลักษณะ
           ตั๊กแตนไผ่ มีวงจรชีวิตแบ่งเป็น ๔ ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดินในช่วงเดือน ม.ค.- เม.ย. ระยะตัวอ่อน (๔๖ - ๖๙ วัน) ในช่วงเดือน พ.ค.- ก.ค. ระยะตัวเต็มวัย (๔๐ วัน) ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. และระยะไข่ในช่วงเดือน ต.ค.- ธ.ค. มีรายงานว่าพบแมลงชนิดนี้วางไข่จำนวนมากใต้ผิวดิน ไข่ของตั๊กแตนไผ่จะฟักในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง โดยมีอุณหภูมิสูงกว่า ๓๒ องศาเซลเซียส ตัวเต็มวัยของตั๊กแตนไผ่ ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมีการแพร่กระจายเป็นกลุ่มตัวอ่อนในระยะสุดท้ายเริ่มมีการอพยพเคลื่อนย้ายเป็นกลุ่มใหญ่

ลักษณะการทำลาย

            เป็นตั๊กแตนที่สร้างความเสียหายให้แก่พืชพืชกลุ่มไผ่ และพืชเกษตร อาทิ พืชตระกูลหญ้า ข้าว และข้าวโพด และยังพบว่าสามารถเข้าทำลายพืชตระกูลปาล์ม และพืชล้มลุกบางชนิด โดยระยะตัวเต็มวัยเป็นระยะที่สร้างความเสียหายได้กว้างขวางและรุนแรงที่สุด

 

การแพร่ระบาด

           พบครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๗๒ ที่มณฑลเสฉวน หูเป่ย เกียงสู หูหนาน เกียงสี ฝูเจียน และกวางตุ้งของจีน ต่อมาพบการระบาดรุนแรงในปี พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๘๙ สำหรับในประเทศไทยพบตั๊กแตนไผ่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ไม่มีรายงานการระบาดในประเทศขณะนั้น

           ปี ๒๕๕๙ พบการระบาดที่แขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งห่างจากไทยประมาณ ๑๑๔ กิโลเมตร พบแพร่กระจายอย่างกว้างขวางบริเวณพื้นที่ป่าไผ่ทางตอนใต้ของประเทศจีนด้านตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลแจงสี บริเวณทางลาดเชิงเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเล ๓๐๐ – ๔๐๐ เมตร บางครั้งพบในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง ๗๘๐ เมตร

 

แนวทางป้องกันการป้องกันกำจัด เมื่อตั๊กแตนไผ่เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย

           ๑. สำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมออย่าน้อยสัปดาห์ละครั้ง

           ๒. วางกับดักเหยื่อพิษ เพื่อป้องกันตั๊กแตนไผ่ไม่ให้มาระบาดในประเทศไทย
                 - กับดักเหยื่อพิษสูตรที่ ๑ เตรียมสารละลายเหยื่อพิษ ประกอบด้วยสารฆ่าแมลง fipronil ๕% SC ๑๐๐ มิลลิลิตร ต่อกากน้ำตาล ๑๐๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๑ ลิตร) นำกระดาษกรองขนาดประมาณ ๑๕ x ๒๐ เซนติเมตร ชุบสารละลายเหยื่อพิษ ผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำไปติดบนใบพืช
                 - กับดักเหยื่อพิษสูตรที่ ๒ เตรียมสารละลายเหยื่อพิษ (ประกอบด้วย สารฆ่าแมลง cartap hydrochloride ๕๐% SP ๑๐ กรัมต่อเกลือแกง ๓๐ กรัม ต่อ Ammonium bicarbonate ๓๐ กรัมต่อน้ำ ๑ ลิตร) นำถาดโฟมขนาด ๑๕ x ๒๐ เซนติเมตร ชุบสารละลายเหยื่อพิษ แล้วนำไปวางบนพื้นดินใช้ไม่ปักยึดให้โฟมอยู่กับที่
                 ตรวจเช็คชนิดของตั๊กแตนที่ตายบริเวณกับดัก โดยเปรียบเทียบกับรูปภาพตั๊กแตนไผ่ ในกรณีที่พบมีลักษณะใกล้เคียงตามภาพตัวอย่าง ให้เก็บตัวตั๊กแตน และนำส่งที่สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชกรมวิชาการเกษตร เพื่อนำมาจำแนกชนิดว่าเป็นตั๊กแตนไผ่หรือไม่

           ๓. หากพบการระบาดให้ดำเนินการกำจัดทำลายตั๊กแตนไผ่ให้หมดสิ้น และทำการป้องกันกำจัดโดยใช้สารฆ่าแมลงชนิดใดชนิดหนึ่งดังต่อไปนี้
                 - อีโทเฟนพรอกซ์ (Etofenprox) ๒๐% EC อัตรา ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                 - เดลทาเมทริน (Deltamethrin) ๓% EC อัตรา ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
                  - แลมป์ดาไซฮาโลทริน (Lambda cyhalothrin) ๒.๕% EC อัตรา ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร

ที่มา  :  สำนักวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย  :  กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย

Download ดาวน์โหลดเอกสาร

Update Date : บันทึกเมื่อ : 12/07/2560