นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของมะม่วง ซึ่งขณะนี้หลายแห่งอยู่ในระยะติดผลมะม่วง ผลผลิตกำลังเจริญเติบโต และเริ่มทยอย เก็บเกี่ยวได้ในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับแหล่งปลูกมะม่วงในบางพื้นที่ที่อยู่ในระยะออกดอกหรือติดผลอ่อน กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก

เกษตรฯ เตือนระวังเพลี้ยไฟพริก ทำลายมะม่วงช่วงติดผลต้นฤดูร้อน

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของมะม่วง ซึ่งขณะนี้หลายแห่งอยู่ในระยะติดผลมะม่วง ผลผลิตกำลังเจริญเติบโต และเริ่มทยอย
เก็บเกี่ยวได้ในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับแหล่งปลูกมะม่วงในบางพื้นที่ที่อยู่ในระยะออกดอกหรือติดผลอ่อน กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก ซึ่งศัตรูพืชชนิดนี้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้แก่ผลผลิตพริกแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อผลผลิตมะม่วงด้วย โดยเพลี้ยไฟพริกจะดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ยอดอ่อนแห้ง ใบแตกใหม่แคระแกรนและร่วง ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วงไม่ติดผล หรือติดผลน้อย
ดังนั้นหากพบการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรตัดหรือเก็บส่วนที่พบเพลี้ยไฟไปทำลายนอกแปลง กรณีระบาดรุนแรง ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง แลมป์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเฟนโพรพาทริน 10% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยควรพ่นในระยะที่มะม่วงติดดอกอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ระยะเริ่มแทงช่อดอก และระยะเริ่มติดผลขนาดมะเขือพวง (ประมาณ 0.5 - 1 ซ.ม.) หากปีใดระบาดรุนแรงให้พ่นซ้ำก่อนระยะดอกบาน หลีกเลี่ยงการพ่นสารฆ่าแมลงในระยะดอกบาน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสร

  • 56474675_1182715271906433_4209436097496743936_n.jpg

Update Date : บันทึกเมื่อ : 18/04/2019