รัฐมนตรีเกษตรฯ จับมือ ก.มหาดไทย พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้ในช่วงฤดูฝน เฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมเดิม พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรเครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือต่างๆ ไปประจำพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม หวังรับมือได้ไม่ซ้ำรอยภาคเหนือและอีสาน

รมว.เกษตรฯ บูรณาการร่วมมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
************************
รัฐมนตรีเกษตรฯ จับมือ ก.มหาดไทย พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยภาคใต้ในช่วงฤดูฝน เฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมเดิม พร้อมปล่อยคาราวานเครื่องจักรเครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือต่างๆ ไปประจำพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม หวังรับมือได้ไม่ซ้ำรอยภาคเหนือและอีสาน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในระยะนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนลดลงและเริ่มมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าโดยเฉพาะตอนบนของภาค สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่น ประกอบกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ตนมีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะขณะนี้ทางภาคใต้ของประเทศไทยที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด รวมทั้งจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตลอดช่วงฤดูฝนนี้

โดยในวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2562 เพื่อลดความเสี่ยง เฝ้าระวังภัย และเตรียมรับมือ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมกันนี้ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยคาราวานเครื่องจักรเครื่องมือรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2562 ณ สำนักงานชลประทานที่ 14 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ด้านนางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรภายใต้การกำกับดูแลของ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมพร้อมแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังประสบภัยไว้ ดังนี้

• กรณีก่อนเกิดภัย ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนเกษตรกร เตรียมรับสถานการณ์ พร้อมเร่งรัดให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้พร้อม
• ขณะเกิดภัย ให้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น รายงานพื้นที่ประสบภัยและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น โดยจัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ ให้การสนับสนุนการทำงานของสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด การออกเยี่ยมเยียนเกษตรกรและให้คำแนะนำในการดูแลรักษาพืช พร้อมเร่งรัดติดตามการช่วยเหลือ
• หลังเกิดภัย ให้สำรวจ ประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรออกให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลพืชหลังประสบภัย โดยจัดเตรียมสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อไตรโคเดอร์มา เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนไม้ผลฟื้นฟูหลังน้ำลด ตลอดจนสนับสนุนพันธุ์พืชผัก ไม้ผล/ไม้ยืนต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และในกรณีที่เกษตรกรซื้อประกันภัยจะได้รับสินไหมทดแทนด้วย เช่น ข้าวนาปี เบี้ยประกัน 85 บาท/ไร่ ได้รับสินไหมทดแทน 1,260 บาท/ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เบื้ยประกัน 59 บาท/ไร่ ได้รับสินไหมทดแทน 1,500 บาท/ไร่

สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการกษตรก่อนเกิดภัย โดยช่วยเหลือตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1,113 บาท/ไร่ พืชไร่ 1,148 บาท/ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 1,690 บาท/ไร่ ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

  • 71970386_1322643914580234_4794186926955429888_n.jpg
  • 72217167_1322643794580246_6476505782639656960_n.jpg
  • 72295483_1322643947913564_749027607634247680_n.jpg
  • 72359349_1322644244580201_5353222588917088256_n.jpg
  • 72360907_1322643707913588_2277013234512822272_n.jpg
  • 72365815_1322643671246925_4780418052078436352_n.jpg
  • 72386259_1322643597913599_7593375486382702592_n.jpg
  • 72406234_1322643734580252_581786606239744000_n.jpg
  • 72451133_1322644211246871_4641771216363847680_n.jpg
  • 72666755_1322643637913595_8517063818919018496_n.jpg

Update Date : บันทึกเมื่อ : 28/10/2019