กรมส่งเสริมการเกษตร ลุยต่อยอดตลาด “ชาไทย” ปี 2563 วางแผนส่งเสริมเครือข่ายให้เกษตรกรผู้ปลูกชาเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด และขยายผลโมเดลสู่พื้นที่อื่น

กรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำโครงการความร่วมมือในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการปลูกชาในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในภาคเหนือปลูกชาทดแทนพืชเสพติด

นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินโครงการฯ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและใช้ประโยชน์จากชาไทยหรือชาอัสสัมในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงใหม่ และเชียงราย ได้รับการตอบรับที่ดี และได้ผลผลิตชาในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทย ผลิตชาได้เป็นอันดับสามของอาเซียน โดยนิยมปลูกชา 2 ชนิดคือ ชาจีน หรือ ชาอู่หลง ที่ปลูกเป็นแถวยาว แปลงใหญ่ คุ้นตาคนทั่วไป และชาไทย หรือ ชาอัสสัม ซึ่งเติบโตในแนวป่าเท่านั้น โดย 70 % ของผลิตภัณฑ์ชาในท้องตลาดแปรรูปจากชาไทย ซึ่งเป็นชาที่เหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของไทย และสามารถปลูกแบบอินทรีย์ได้เป็นอย่างดีภายใต้ร่มเงาของป่า ซึ่งปัจจุบันกระแสความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัยมีสูงขึ้นต่อเนื่อง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมถึงชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ปลูกชาไทยอินทรีย์ควบคู่การอนุรักษ์ผืนป่า เป็นการส่งเสริมพึงพาซึ่งกัน

  • 89039562_1473293772848580_6129043628472926208_o.jpg
  • 89071633_1473293869515237_8345618959369764864_n.jpg
  • 89380791_1473293969515227_35519714545369088_o.jpg
  • 89426847_1473294006181890_3528225959041826816_o.jpg

Update Date : บันทึกเมื่อ : 08/04/2020