
การบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป กลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะสินค้าในข่ายควบคุม ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง ซึ่งผู้ส่งออกต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของผลผลิตอย่างโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตามช่วงเวลาที่สหภาพยุโรปกำหนด

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า “ทะเบียนเกษตรกร” คือกลไกสำคัญที่สอดคล้องหลักการ EUDR และสามารถต่อยอดสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันกรมฯ ได้พัฒนา “ระบบทะเบียนเกษตรกร” ควบคู่ “ระบบวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล (Geoplots)” ทั้งในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันและโมบายแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร ให้การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทำได้รวดเร็ว แม่นยำ และตรวจสอบได้
ฐานข้อมูลต้นน้ำ เชื่อมทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ทะเบียนเกษตรกรทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลต้นน้ำ รวบรวมข้อมูลเกษตรกร แปลงปลูก พิกัดพื้นที่ ประเภทพืช และรอบการผลิต โดยมีการปรับปรุงต่อเนื่องผ่านกลไกเจ้าหน้าที่รัฐและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในพื้นที่ ข้อมูลดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการแปรรูป การขนส่ง และการตลาดได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในบริบท EUDR ข้อมูลพิกัดแปลงเกษตรสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าแหล่งผลิตไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มความน่าเชื่อถือสินค้าเกษตรไทยในตลาดสากล

Geoplots เพิ่มความแม่นยำ-โปร่งใส
กรมส่งเสริมการเกษตรนำระบบ Geoplots มาใช้ยกระดับคุณภาพข้อมูล โดยมีการตรวจสอบอัตโนมัติเมื่อมีการวาดผังแปลง ได้แก่ 1. ตรวจสอบตำบลให้ตรงกับข้อมูลที่แจ้งขึ้นทะเบียน 2. ตรวจสอบความคลาดเคลื่อนของขนาดพื้นที่ไม่เกิน ±10% 3. ตรวจสอบการทับซ้อนกับแปลงข้างเคียง 4. ตรวจสอบช่วงวันปลูก-วันเก็บเกี่ยว ว่ามีการใช้พื้นที่ซ้ำหรือไม่ และ 5. เชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่าน Map API ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และเชื่อมโยงข้อมูลเอกสารสิทธิ์ประเภทโฉนด/น.ส.4 จากกรมที่ดิน กระบวนการดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบ เพิ่มความถูกต้อง และเสริมความโปร่งใสของข้อมูลต้นทางอย่างเป็นระบบ
เร่งจัดทำผังแปลง 4 พืชหลัก ครบ 3.9 ล้านไร่ในปี 2569
ความคืบหน้าการดำเนินงานรองรับ EUDR ขณะนี้ได้เร่งจัดทำผังแปลงดิจิทัลของผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง ดำเนินการแล้วกว่า 426,000 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.2 ล้านไร่ทั่วประเทศ และตั้งเป้าครอบคลุมทั้งหมด 518,182 แปลง พื้นที่ 3.9 ล้านไร่ ภายในเดือนกันยายน 2569
เมื่อดำเนินการครบถ้วน ประเทศไทยจะมีฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่แม่นยำ สามารถเชื่อมโยงย้อนกลับจากโรงงานแปรรูปถึงแปลงเพาะปลูกต้นทางได้อย่างสมบูรณ์ รองรับข้อกำหนดด้านการพิสูจน์แหล่งที่มาตามกรอบ EUDR
เปลี่ยน “ข้อกำหนด” เป็น “โอกาส”
EUDR ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานและการพิสูจน์แหล่งที่มา ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตรมีระบบทะเบียนเกษตรกรและฐานข้อมูล GIS ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมความร่วมมือกับ สวก. เพื่อยกระดับทะเบียนเกษตรกรเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Traceability ระดับประเทศ จึงเป็นการใช้ข้อมูลที่มีอยู่เพื่อตอบโจทย์ EUDR ลดภาระใหม่แก่เกษตรกร และสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงมาตรฐานให้สินค้าไทย
แม้ EUDR จะเป็นข้อกำหนดที่เข้มงวด แต่ถือเป็นโอกาสยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล กรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อมั่นว่า “ทะเบียนเกษตรกร” และ “Geoplots” จะเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทยให้แข่งขันได้ในตลาดสหภาพยุโรปและตลาดโลก
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรและนิติบุคคลผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง หลังการเพาะปลูก ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้สินค้าเกษตรไทย

