
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง “DOAE 4 Years 4 Value Chains” มุ่งยกระดับระบบส่งเสริมการเกษตรไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การตลาด การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืน ควบคู่การปรับระบบบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบโจทย์เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ พร้อมผลักดันการทำงานเชิงธุรกิจเกษตรและการใช้นวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทย

นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร ว่า ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนงานภายใต้วิสัยทัศน์ “4 ปี สร้างคนรุ่นใหม่ พัฒนากรมฯ เป็นองค์กรทันสมัย ด้วยงานส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนทางเกษตรและอาหาร” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ระบบงาน และกลไกการส่งเสริมการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมยึดค่านิยมการทำงานที่มุ่งให้บุคลากรเป็นผู้มีเกียรติภูมิ สืบสานและพัฒนาภารกิจ รักษาเป้าหมายและอุดมการณ์ ต่อยอดด้วยความรู้และทักษะสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “รู้เรื่อง ฉับไว มองการณ์ไกล เชื่อใจได้”

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือ 4 ห่วงโซ่คุณค่า (4 Value Chains) ประกอบด้วย 1) การตลาด เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศด้วยข้อมูลและดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตร 2) การผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพและศักยภาพการแข่งขัน 3) การแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรมและมาตรฐาน เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และ 4) ความมั่นคงและยั่งยืน โดยส่งเสริมและควบคุมการผลิตอาหารปลอดภัย ภาคการเกษตรยั่งยืน และสิ่งแวดล้อมมีความสมดุล
พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดแนวทางปรับระบบบริหารและการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับภารกิจ โดยแบ่งการกำกับดูแลออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านตลาดและธุรกิจเกษตรกร ด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน ด้านแผนงานและระบบภารกิจ และด้านการบริหารและสื่อสารนโยบาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบูรณาการงาน ลดความซ้ำซ้อน และเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และหน่วยงานในพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนาระบบบริหารและการตรวจราชการ เพื่อเสริมความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ติดตามผลสัมฤทธิ์ และสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการ โดยเน้นการขับเคลื่อนงานตามบริบทของพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย และชนิดสินค้าเกษตรที่แตกต่างกัน แทนการใช้รูปแบบดำเนินงานเดียวกันทุกพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมการเกษตรสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของเกษตรกรได้อย่างตรงจุด

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาดและผู้บริโภคโดยตรง ผ่านกลไกธุรกิจเกษตรและโครงการพิเศษ อาทิ ตลาดค้าส่งและระบบจับคู่ธุรกิจเกษตร โครงการศูนย์รวบรวมและจำหน่ายสินค้าเกษตร การพัฒนาร้านค้าชุมชนและศูนย์เรียนรู้ ตลอดจนการส่งเสริมบริการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างมูลค่าและรายได้ให้แก่เกษตรกร
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การพัฒนากลไกบริหารจัดการเชิงธุรกิจในระดับพื้นที่ ผ่านการกำหนดบทบาทการทำงานตั้งแต่ระดับเขต จังหวัด และอำเภอ โดยมีแนวคิด Area CEO, Provincial MD และ District GM เพื่อเชื่อมโยงการกำหนดทิศทาง การบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานใกล้ชิดเกษตรกรให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถบริหารจัดการงานส่งเสริมการเกษตรในมิติเศรษฐกิจและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเกษตรยังมุ่งขับเคลื่อนภารกิจสู่การเป็นองค์กรทันสมัย โดยให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมในการยกระดับงานส่งเสริมการเกษตร รวมถึงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการเผาในพื้นที่เกษตร การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“การขับเคลื่อน “DOAE 4 Years 4 Value Chains” จึงเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับบทบาทกรมส่งเสริมการเกษตร จากการส่งเสริมการผลิตไปสู่การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าภาคการเกษตรอย่างครบวงจร โดยมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง สร้างระบบงานที่ทันสมัย เชื่อมโยงตลาดกับการผลิต และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร เพื่อวางรากฐานภาคเกษตรไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว.-

