กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมรับ EUDR ชวนเกษตรกรขึ้นทะเบียน เชื่อมข้อมูลแหล่งผลิต สร้างโอกาสสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้าเตรียมความพร้อมเกษตรกรไทยรองรับกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) มุ่งพัฒนาฐานข้อมูลการผลิตภาคการเกษตรให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบย้อนกลับได้ เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน พร้อมจัดทำผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ซึ่งการเตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบ EUDR ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวภาคการเกษตรไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานและเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมุ่งส่งเสริมการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกร การตรวจสอบแหล่งผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อและคู่ค้าระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

นายกฤษ อุตตมะเวทิน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการค้าสินค้าเกษตรในตลาดโลกให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าได้ โดยเฉพาะกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้สินค้าที่อยู่ภายใต้ขอบเขตการควบคุมต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่าหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รวมทั้งต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะหน่วยงานที่ดูแลฐานข้อมูลเกษตรกรและข้อมูลการเพาะปลูก จึงเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับสินค้าเกษตร 4 ชนิด ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูกให้เป็นปัจจุบันและตรงตามข้อเท็จจริง ทั้งข้อมูลเกษตรกร ชนิดพืช พื้นที่เพาะปลูก จำนวนแปลง และที่ตั้งแปลง ควบคู่กับการพัฒนาระบบทะเบียนเกษตรกรและระบบวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล (Geoplots) ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบันทึกและตรวจสอบข้อมูล โดยระบบ Geoplots สามารถตรวจสอบความถูกต้องของผังแปลงในหลายมิติ ทั้งความสอดคล้องของตำบลที่ตั้งแปลงกับข้อมูลทะเบียนเกษตรกร พิกัดและขนาดพื้นที่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยง กับระบบตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และการตรวจสอบ geolocation ว่าอยู่ในพื้นที่ป่า หรือไม่ ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของแหล่งผลิต และเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวรองรับข้อกำหนดทางการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ และถั่วเหลือง รวมถึงนิติบุคคลที่ประกอบกิจการเพาะปลูก เร่งตรวจสอบสถานะทะเบียนเกษตรกรของตนเอง หากยังไม่เคยขึ้นทะเบียน ขอให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย ส่วนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ขอให้ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะกรณีมีการเปลี่ยนแปลงชนิดพืช พื้นที่เพาะปลูก หรือจำนวนแปลง พร้อมดำเนินการวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล (Geoplots) ให้ตรงกับพื้นที่เพาะปลูกจริง เพื่อให้ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลเชิงพื้นที่มีความสอดคล้องกัน

สำหรับความก้าวหน้าการจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรกลุ่มพืชที่เกี่ยวข้องกับ EUDR กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการจัดทำผังแปลงดิจิทัลใน 4 ชนิดพืชอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายการจัดทำผังแปลงจำนวน 561,579 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4.1 ล้านไร่ (ข้อมูลทบก. ผู้ปลูกพืช EUDR ปี 2569 ณ วันที่ 6 พย. 69) ทั้งนี้ กรมฯ จะเร่งรัดการตรวจสอบและปรับปรุงฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วนและถูกต้อง พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรของประเทศ

  • เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 325,913 ราย 538,840 แปลง พื้นที่ 4,013,532 ไร่
  • เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ จำนวน 2,320 ราย 2,658 แปลง พื้นที่ 8,427 ไร่
  • เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ จำนวน 14,849 ราย 19,514 แปลง พื้นที่ 112,822 ไร่
  • เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง จำนวน 469 ราย 567 แปลง พื้นที่ 2,926 ไร่
  • การจัดทำผังแปลงดิจิทัลแล้ว จำนวน 448,679 แปลง พื้นที่ 3,336,311 ไร่

นายกฤษ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร รวมถึงการวาดผังแปลง ไม่ได้เป็นเพียงการจัดทำข้อมูลเพื่อรองรับข้อกำหนดทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างฐานข้อมูลสำคัญที่สะท้อนตัวตนและแหล่งผลิตของเกษตรกรไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิต การส่งเสริมมาตรฐานสินค้า การเชื่อมโยงตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาคการเกษตรในระยะยาว

จึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้ง 4 ชนิด เร่งตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลของตนเองให้ถูกต้องครบถ้วน โดยสามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook ระบบ e-Form ทางเว็บไซต์ https://efarmer.doae.go.th หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันและสร้างโอกาสในตลาดการค้าระดับสากลได้อย่างยั่งยืน.-

SOCIALICON
Facebook
Twitter
Instagram
ติดต่อเรา
ปิดโหมดสีเทา