
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคใต้มีศักยภาพด้านการเกษตรที่หลากหลาย และเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุด กุ้ง และปศุสัตว์ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรในพื้นที่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูง สภาพอากาศแปรปรวน ราคาสินค้าเกษตรผันผวน การขาดแคลนแรงงาน และข้อจำกัดทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรภาคใต้ ภายใต้แนวคิด “จากฐานการผลิตเดิม สู่เกษตรมูลค่าสูง ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง และเชื่อมโยงตลาด” โดยมุ่งยกระดับศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การยกระดับภาคเกษตรภาคใต้ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาที่เกษตรกรเผชิญจริง โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันต้องมองไปข้างหน้า ทั้งเรื่องภูมิอากาศ เทคโนโลยี และตลาด การลดต้นทุนจึงไม่ใช่เพียงการลดค่าใช้จ่าย แต่คือการทำให้เกษตรกรใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีรายได้เพิ่มขึ้น” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว


นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในต้นแบบที่สะท้อนการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น ศดปช. ระดับ A+ ประจำปี 2569 และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีสมาชิก 37 ราย และมีทุนหมุนเวียนกว่า 250,000 บาท พร้อมมุ่งพัฒนาสู่การเป็นธุรกิจบริการด้านดินและปุ๋ยของชุมชน ปัจจุบัน ศดปช.ตำบลท่าช้าง ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินและให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามความต้องการของพืชและสภาพดิน รวมถึงบริการผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การจัดหาแม่ปุ๋ย และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยที่ผ่านมา สามารถจำหน่ายแม่ปุ๋ยได้กว่า 95 ตัน และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ 16 ตัน ส่งผลให้สมาชิกสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยได้เฉลี่ย 944 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยทั่วไปในท้องตลาด พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ของเกษตรกร


ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับ ศดปช.ตำบลท่าช้าง นอกจากให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Soil Test Kit) และให้คำแนะนำด้านการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยแล้ว ยังมีการจัดหาปุ๋ยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และเชื่อมโยงเครือข่ายกับ ศพก. อำเภอบางกล่ำ กลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อขยายองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรในวงกว้าง โดยสมาชิกศูนย์ฯ ใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา และสำนักงานเกษตรอำเภอบางกล่ำ ได้สนับสนุนองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเก็บตัวอย่างดิน การวิเคราะห์ดิน การจัดการธาตุอาหารพืช การใช้ปุ๋ยสั่งตัด ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการดินและปุ๋ย พร้อมจัดเวทีถอดบทเรียนในระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ปัญหา และร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนา


“ต้นแบบจาก ศดปช.ตำบลท่าช้าง แสดงให้เห็นว่า การลดต้นทุนสามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่อเกษตรกรมีข้อมูล มีองค์ความรู้ และรวมพลังกันบริหารจัดการปัจจัยการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรจะนำบทเรียนดังกล่าวไปขยายผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถ รู้ต้นทุน รู้ดิน รู้ปุ๋ย และรู้วิธีผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่ นำไปสู่การลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
